Opening hours

OPD open everyday

Monday-Saturday time: 8.00-20.00 pm.

Sunday  time: 8.00-17.00 pm.

IPD open everyday 24 Hours

Office

Monday-Friday  time: 09.00-17.00 pm.

Tel. 02-059-0245-51, 095-808-9518

Emergency time:

Tel. 095-808-9518

BSI Assurance Mark ISO 9001 Red.png
LOGO 3-cutout.png

Contact us for more information

Follow us for more updates

  • Wix Facebook page

© 2018 by Banraknom Co., Ltd.

การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม

     ระยะโรคมีผลเป็นอย่างมากต่อการอยู่รอดหรือหายจากมะเร็งเต้านม หากมีการตรวจพบตั้งแต่เนิ่นจะทำให้เราสามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ระยะต้น หรือเจอความผิดปกติก่อนที่จะมีการเปลี่ยนเป็นมะเร็งเต้านม การตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมประกอบด้วย

  • การตรวจเต้านมด้วยตนเอง

  • การตรวจเต้านมโดยแพทย์

  • แมมโมแกรมและอัลตราซาวน์

การตรวจเต้านมด้วยตนเอง

BSE1.jpg
BSE2.jpg
BSE3.jpg
BSE4.jpg
BSE5.jpg

    การตรวจเต้านมด้วยตนเอง ควรทำเป็นประจำ ช่วงเวลาที่เหมาะสมคือหลังประจำเดือนมาวันแรกประมาณ 3-10 วัน โดยมีวิธีการตรวจมีขั้นตอนดังนี้

  1. ยืนหน้ากระจก สังเกตว่าเต้านมมีขนาด สีผิว ลักษณะผิวหนังเปลี่ยนไปจากปกติหรือไม่ การชี้ของหัวนมผิดทิศทางหรือไม่

  2. ยกมือขึ้นเหนือศีรษะ ดูความผิดปกติต่างๆอีกครั้ง เช่นสังเกตว่ารอยบุ๋มที่ผิวหนัง

  3. กดหรือบีบรอบหัวนม ว่ามีเลือดหรือสารคัดหลั่งผิดปกติออกมาจากหัวนมหรือไม่

  4. ยกแขนข้างเดียวกับเต้านมที่จะตรวจ แล้วใช้มือข้างตรงข้ามคลำเต้านมทีละข้าง คลำให้ทั่วทั้งเต้านม โดยอาจจะคลำในลักษณะตามเข็มนาฬิกา คลำวนเป็นก้นหอยหรือคลำจากด้านในออกด้านนอกก็ได้ หาว่ามีก้อนในเต้านมหรือลักษณเนื้อเต้านมที่ผิดปกติ

  5. เอาแขนลงแล้วคลำบริเวณใต้รักแร้ หาก้อนหรือต่อมน้ำเหลืองที่โตจนคลำได้

  6. เมื่อตรวจในท่ายืนแล้ว ให้ตรวจซ้ำเช่นเดิมในท่านอน โดยนอนหงายแล้วใช้ผ้าหนุนใต้ไหล่ข้างที่จะทำการตรวจ ก่อนเริ่มทำการตรวจเต้านม

ลักษณะที่ผิดปกติ เช่นคลำได้ก้อนที่เต้านมหรือรักแร้ มีเลือดหรือน้ำออกจากหัวนม หัวนมชี้ผิดทิศทาง แผลที่ผิวหนังหรือหัวนม ผิวหนังบุ๋มหรือมีลักษณะดึงรั้ง เต้านมมีขนาดไม่เท่ากัน เนื้อเต้านมหนากว่าปกติ ผิวของเต้านมลักษณะบวมเหมือนผิวส้มโอ เป็นต้น ให้รีบไปพบแพทย์เพื่อทำการตรวจวินิจฉัย

BSE6.jpg
BSE8.jpg

การตรวจเต้านมโดยแพทย์

     การตรวจเต้านมด้วยแพทย์ มีความจำเป็น ผู้ป่วยมักมีความเข้าใจผิดว่าหากทำแมมโมแกรมและอัลตราซาวน์แล้ว น่าจะเพียงพอแล้วไม่จำเป็นให้แพทย์ต้องตรวจอีก ซึ่งที่ถูกต้องการตรวจเต้านมด้วยแพทย์ยังมีความจำเป็น เพราะการตรวจด้วยแมมโมแกรมและอัลตราซาวน์จะสามารถตรวจพบได้เพียง 85-90% แพทย์จะตรวจเพื่อยืนยันว่าไม่มีความผิดปกติอื่นอีกเช่นกรณีมีเลือดออกจากหัวนม หรือมีแผลที่หัวนม มักจะไม่เห็นความผิดปกติจากการทำแมมโมแกรมและอัลตราซาวน์ เพื่อทำให้การตรวจคัดกรองเต้านม สามารถตรวจพบความผิดปกติของเต้านมได้มากขึ้น

 

BSE7.jpg
BSE9.jpg

การตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวน์

     การตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวน์เป็นวิธีการตรวจมาตรฐานในการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม ทำให้สามารถตรวจพบได้ตั้งแต่ยังไม่มีอาการแสดง ทำให้เราสามารถตรวจได้ตั้งแต่ระยะเริ่มต้น ทำให้เพิ่มโอกาสในการหายขาดได้หลังการรักษา อายุและช่วงเวลาที่เหมาะสม ในการตรวจแมมโมแกรมและอัลตราซาวน์ในต่างประเทศคือ

    สำหรับคนไทย ยังไม่มีข้อมูลจากการศึกษาในคนไทยที่ชัดเจนว่าควรตรวจคัดกรองเมื่อไหร่ แต่อย่างไรก็ตามจากการเก็บข้อมูลสถิติของThai Breast Cancer Study Group พบว่าคนไทยมีอายุที่เริ่มเป็นมะเร็งเต้านมที่น้อยกว่า ชาวตะวันตกประมาณ 10 ปี คือคนไทยมักจะเริ่มเป็นที่ อายุเฉลี่ย 40 ปี ขณะที่คนตะวันตกมักจะเริ่มเป็นที่อายุ 50 ปี นอกจากนี้คนไทยยังมีเนื้อเต้านมที่หนาแน่นมากกว่าชาวตะวันตก ซึ่งการทำอัลตราซาวน์มีความสำคัญในการตรวจคัดกรองในกลุ่มที่มีเนื้อเต้านมหนาแน่น ดังนั้น การคัดกรองมะเร็งเต้านมในคนไทย จึงแนะนำให้

  1. ตรวจเต้านมด้วยตนเองอย่างน้อยเดือนละ 1 ครั้งหลังประจำเดือนมาวันแรก 3-10 วัน ตั้งแต่วัยที่เริ่มมีประจำเดือนให้เป็นนิสัย

  2. อายุ 20-40 อาจพบแพทย์เพื่อทำการตรวจเต้านมด้วยการคลำ ทุก 2-3 ปี

  3. ทำแมมโมแกรมและอัลตราซาวน์ ทุก 1-2 ปี ตั้งแต่อายุ40-75 ปี โดยหากทำทุก 2 ปี ในปีที่เว้นการทำแมมโมแกรมอาจทำอัลตราซาวน์เพื่อคัดกรองเพียงอย่างเดียวก็ได้