เวลาทำการโรงพยาบาล (Opening hours)

แผนก OPD (ผู้ป่วยนอก) เปิดทุกวัน

จันทร์-เสาร์  เวลา 8.00-20.00 น.

อาทิตย์       เวลา 8.00-17.00 น.

แผนก IPD (ผู้ป่วยใน) เปิดทุกวัน 24 ชั่วโมง

สำนักงาน (Office)

จันทร์-ศุกร์ : 09.00-17.00 น.

โทร 02-059-0245-51, 095-808-9518

กรณีฉุกเฉิน (นอกเวลาทำการ)

โทร 095-808-9518

BSI Assurance Mark ISO 9001 Red.png
LOGO 3-cutout.png

Contact us for more information

Follow us for more updates

  • Wix Facebook page

© 2018 by Banraknom Co., Ltd.

ถั่วเหลืองกับมะเร็งเต้านม เพิ่มหรือลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านม
     คุณสมบัติของถั่วเหลืองมีสารชื่อIsoflavones มีฤทธิ์คล้ายฮอร์โมนเอสโตรเจน ซึ่งฮอร์โมนนี้จะกระตุ้นเซลล์มะเร็งให้เจริญเติบโต ทำให้กลัวว่าการกินอาหารหรือผลิตภัณฑ์จากถั่วเหลืองอาจเพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านม อย่างไรก็ตามมีการศึกษาที่มีผลว่าถั่วเหลืองมีทั้งเพิ่มและลดความเสี่ยงมะเร็งเต้านม
เราต้องทำความเข้าใจเรื่องกลไกของฮอร์โมนเอสโตรเจนกับมะเร็งเต้านมก่อน ในมะเร็งเต้านมมีทั้งชนิดที่มีตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจน และชนิดที่ไม่มีตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจน ดังนั้น กลุ่มที่เราจะกล่าวถึงในเรื่องนี้จะเป็นมะเร็งชนิดที่มีตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจนเท่านั้น และที่แปลกและซับซ้อนเข้าไปอีก ฮอร์โมนเอสโตรเจนเมื่อไปจับกับตัวรับเหล่านี้ ในอวัยวะที่ต่างกัน หรือในสภาวะแวดล้อมที่มีระดับเอสโตรเจนในร่างกายที่ต่างกัน ก็ไม่ได้มีฤทธิ์กระตุ้นเซลล์มะเร็งเต้านมเสมอไป บางครั้งก็มีฤทธิ์ยับยั้งเซลล์มะเร็งเต้านมได้เช่นกัน

   กลับมาที่ถั่วเหลือง จะยับยั้งหรือเพิ่มความเสี่ยง ได้มีการตั้งข้อสังเกตว่าในคนญี่ปุ่น คนจีนมีอุบัติการณ์มะเร็งเต้านมที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับชาวตะวันตก จึงมีการศึกษาเรื่องการกินอาหารพบว่าเป็นอาหารไขมันต่ำและกินถั่วเหลืองมากกว่าชาวตะวันตก จึงมีความเชื่อว่ากินถั่วเหลืองป้องกันความเสี่ยงมะเร็งเต้านม เช่นมีการวิจัยในผู้หญิงจีนประมาณ 70,000 คน เทียบระหว่างกินถั่วเหลือง วันละ 13 กรัมเทียบกับกลุ่มที่กินวันละ 5 กรัมพบว่าการเกิดมะเร็งเต้านมในกลุ่มที่กินวันละ 13 กรัมต่ำกว่ากลุ่มที่กินวันละ 5 กรัมถึง 11% นอกจากนี้มีการวิจัยบางวิจัยบอกว่าถั่วเหลืองจะไปแย่งไม่ให้ฮอร์โมนเอสโตรเจนจับกับเซลล์มะเร็ง เป็นการป้องกันมะเร็ง แต่บางวิจัยที่วิจัยถั่วเหลืองมีผลรบกวนการรักษาในกลุ่มที่ได้ยาต้านฮอร์โมนซึ่งออกฤทธิ์ทำให้ร่างกายมีระดับฮอร์โมนเอสโตรเจนต่ำ

   สำหรับการศึกษาที่บอกว่าถั่วเหลืองกระตุ้นเซลล์มะเร็ง เช่นการศึกษาจากMemorial Sloan Kettering Cancer Center และ Weill Cornell Medical College ได้ทำการทดลองแบบสุ่มในคนไข้มะเร็งเต้านมระยะที่ 1 และ 2 จำนวน 140 คน กลุ่มหนึ่งให้กินโปรตีนถั่วเหลืองประมาณ 52 กรัม(เทียบเท่านมถั่วเหลือง 4 ถ้วย) เทียบกับอีกกลุ่มที่ไม่กิน เป็นเวลา 2–3 สัปดาห์ ก่อนการผ่าตัด พบว่ากลุ่มที่กินถั่วเหลือง มีการเติบโตของมะเร็งมากกว่ากลุ่มที่ไม่กิน แต่อย่างไรก็ตามการศึกษานี้ก็ยังไม่ได้มีการติดตามที่นานพอ ที่จะบอกว่าถั่วเหลืองเพิ่มความเสี่ยงของมะเร็งเต้านมข้อสรุปจากรศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน ผู้อำนวยการโรงพยาบาลนมะรักษ์ เฉพาะทางด้านเต้านม ได้แนะนำว่า การกินถั่วเหลืองไม่ได้เป็นข้อห้ามหรือเพิ่มความเสี่ยง สามารถกินได้ โดยให้ปฏิบัติดังนี้1. ถั่วเหลืองสามารถที่จะกินได้ทั้งคนทั่วไปและผู้ป่วยมะเร็งเต้านม ในปริมาณที่พอเหมาะ ไม่มากจนเกินไป2. การกินถั่วเหลืองวันละ 1-2 หน่วยบริโภคอาจลดความเสี่ยงของมะเร็งเต้านม3. ควรกินถั่วเหลืองที่ได้จากอาหารทั่วไป ไม่ควรกินในรูปแบบอาหารเสริม หรือถั่วเหลืองสกัด เพราะจะมีปริมาณที่เข้มข้นมากเกินไป4. ในกลุ่มที่เป็นมะเร็งเต้านมชนิดที่มีตัวรับฮอร์โมนเป็นบวก ในช่วงที่อยู่ในระหว่างการรักษาตัวเช่นก่อนผ่าตัด ควรหลีกเลี่ยงการกินถั่วเหลืองในปริมาณสูง- ปริมาณอาหาร ที่เทียบเท่า ถั่วเหลือง 1 หน่วยบริโภค เช่น

  • เต้าหู้ ½ ถ้วยตวง 

  • ถั่วเหลืองต้มสุก ½ ถ้วยตวง

  • ซอสมิโซะ 1 ช้อนโต๊ะ

  • นมถั่วเหลือง 1 ถ้วยตวง

  • โยเกิร์ตถั่วเหลือง 1 ถ้วยตวง

  • แป้งถั่วเหลือง ¼ ถ้วยตวง

บทความโดย รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน 

โรงพยาบาลนมะรักษ์