top of page

DCIS คืออะไร? ทำความเข้าใจมะเร็งเต้านมระยะ 0 และทางเลือกการรักษา

  • รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน
  • 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 4 นาที

DCIS หรือ Ductal Carcinoma In Situ คือมะเร็งเต้านมระยะ 0 ที่เซลล์ผิดปกติยังอยู่ในท่อน้ำนมและยังไม่ลุกลามออกไปในเนื้อเยื่อโดยรอบ ถือเป็นระยะเริ่มต้นที่สุดของมะเร็งเต้านม โอกาสรักษาหายขาดสูงมาก โดยอัตราการรอดชีวิต 10 ปีอยู่ที่กว่า 98% หากได้รับการรักษาที่เหมาะสม ที่โรงพยาบาลนมะรักษ์ ทีมศัลยแพทย์เฉพาะทางมะเร็งเต้านมพร้อมวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลตามแนวทาง NCCN 2026 ล่าสุด

DCIS คืออะไร

DCIS ย่อมาจาก Ductal Carcinoma In Situ เป็นภาษาละตินแปลว่า "carcinoma ในตำแหน่งเดิม" หมายถึงเซลล์มะเร็งที่เกิดขึ้นในเยื่อบุผิวของท่อน้ำนม (ductal cells) แต่ยังไม่ทะลุผ่านผนังท่อน้ำนมออกไปสู่เนื้อเยื่อรอบข้าง

ลักษณะสำคัญของ DCIS

ไม่ลุกลาม (non-invasive) — เซลล์ผิดปกติยังอยู่เฉพาะในท่อน้ำนม • ระยะ 0 — ตามระบบ TNM ของ AJCC จัดเป็น stage 0 (Tis) • ไม่กระจายไปต่อมน้ำเหลือง — โอกาสพบมะเร็งในต่อมน้ำเหลืองเพียง 0–2% • ไม่กระจายไปอวัยวะอื่น — เพราะยังไม่ลุกลาม

ความสำคัญของการรักษา DCIS

แม้ DCIS จะยังไม่ลุกลาม แต่หากปล่อยทิ้งไว้โดยไม่รักษา 10–50% ของ DCIS อาจพัฒนาเป็นมะเร็งเต้านมลุกลาม (invasive breast cancer) ภายใน 10–20 ปี ดังนั้นการรักษา DCIS จึงเป็นการป้องกันมะเร็งเต้านมในอนาคต

DCIS แตกต่างจากมะเร็งเต้านมลุกลามอย่างไร

ความแตกต่างหลักอยู่ที่การลุกลามของเซลล์มะเร็ง: ประเด็น | DCIS (Stage 0) | มะเร็งเต้านมลุกลาม (Invasive) ตำแหน่งของเซลล์มะเร็ง | อยู่ในท่อน้ำนมเท่านั้น | ทะลุผนังท่อน้ำนม กระจายเนื้อเยื่อรอบข้าง โอกาสกระจายไปต่อมน้ำเหลือง | < 2% | 20–40% (ขึ้นกับขนาด) โอกาสกระจายไปอวัยวะอื่น | แทบไม่มี | มี (ขึ้นกับระยะ) การรักษาด้วยเคมีบำบัด | ไม่จำเป็น | อาจจำเป็น อัตรารอดชีวิต 10 ปี | > 98% | 70–95% (ขึ้นกับระยะ)

หมายเหตุสำหรับแพทย์ทั่วไป: DCIS with microinvasion (DCIS-M) ที่มี invasive focus ≤1 mm ยังคงจัด margin definition ตาม DCIS guideline (≥2 mm) เนื่องจาก natural history ใกล้เคียง pure DCIS มากกว่า invasive carcinoma

อาการและการตรวจพบ DCIS

DCIS มักไม่มีอาการที่ชัดเจน — นี่คือเหตุผลสำคัญที่ต้องตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมเป็นประจำ

วิธีที่พบ DCIS บ่อยที่สุด

1. แมมโมแกรมประจำปี (90% ของ DCIS พบจากวิธีนี้) ส่วนใหญ่ตรวจพบจาก ปฏิกิริยาหินปูนในเต้านม (microcalcifications) ที่มีลักษณะสงสัย เช่น เป็นกลุ่ม รูปร่างไม่สม่ำเสมอ หรือเรียงตัวเป็นเส้นตามท่อน้ำนม 2. คลำพบก้อน (พบน้อย) DCIS บางรายอาจคลำได้เป็นก้อนนุ่ม โดยเฉพาะใน DCIS ขนาดใหญ่หรือมีหลายตำแหน่ง 3. มีน้ำผิดปกติออกจากหัวนม (พบน้อยมาก) น้ำเหลืองหรือเลือดออกจากหัวนมข้างเดียวอาจเป็นสัญญาณของ DCIS แต่ส่วนใหญ่ของอาการนี้ไม่ใช่ DCIS

ทำไมแมมโมแกรมจึงสำคัญสำหรับ DCIS

DCIS เป็นโรคที่ "เห็นบนภาพแต่ไม่รู้สึก" — การตรวจคัดกรองด้วยแมมโมแกรม 3 มิติ (Digital Breast Tomosynthesis) ที่โรงพยาบาลนมะรักษ์ ช่วยตรวจหา microcalcifications ได้แม่นยำกว่าแมมโมแกรม 2 มิติทั่วไป โดยเฉพาะในผู้หญิงที่มีเต้านมเนื้อแน่น (dense breast)

การวินิจฉัย DCIS

ขั้นตอนการวินิจฉัย

ขั้นที่ 1: แมมโมแกรมและอัลตราซาวด์เพิ่มเติม หากพบความผิดปกติจากแมมโมแกรมประจำปี แพทย์จะส่งทำ diagnostic mammogram และอัลตราซาวด์เพื่อประเมินรายละเอียด ขั้นที่ 2: เจาะชิ้นเนื้อ (Biopsy)Stereotactic biopsy — เจาะใต้ guidance ของแมมโมแกรม ใช้เมื่อพบ microcalcifications • Vacuum-assisted biopsy (VAB) — เก็บตัวอย่างได้มากกว่า เหมาะกับ DCIS • Core needle biopsy — ใช้เมื่อมีก้อน ขั้นที่ 3: ตรวจ ER, PR, HER2ER (Estrogen Receptor) — แนะนำตรวจในทุก DCIS เพื่อพิจารณาให้ยาฮอร์โมน • PR (Progesterone Receptor) — ตรวจคู่กับ ER • HER2 — NCCN 2026 ไม่แนะนำตรวจ HER2 ใน DCIS เพราะไม่มีผลต่อการรักษา ขั้นที่ 4: MRI เต้านม (เลือกบางราย) ทำเฉพาะกรณีที่ต้องการข้อมูลเพิ่มเติม เช่น สงสัย DCIS หลายตำแหน่ง หรือผู้ที่มียีน BRCA mutation

การประเมินก่อนวางแผนรักษา

ทีมแพทย์จะประเมินปัจจัยต่อไปนี้เพื่อเลือกวิธีรักษาที่เหมาะสม: • ขนาดของ DCIS • จำนวนตำแหน่ง (single vs multifocal) • Grade ของเซลล์ • สถานะ ER receptor • อายุและสภาพร่างกายของผู้ป่วย • ความต้องการของผู้ป่วย

Grade ของ DCIS

DCIS แบ่งเป็น 3 grade ตามความรุนแรงของเซลล์ผิดปกติ — ใช้สำหรับประเมินความเสี่ยงการกลับเป็นซ้ำและช่วยตัดสินใจเรื่องการฉายแสง Grade | ลักษณะเซลล์ | ความเสี่ยง Grade 1 (Low) | เซลล์ใกล้เคียงปกติ โตช้า | ต่ำ Grade 2 (Intermediate) | เซลล์ผิดปกติปานกลาง | ปานกลาง Grade 3 (High) | เซลล์ผิดปกติมาก โตเร็ว | สูง นอกจาก grade แล้ว แพทย์ยังพิจารณา comedo necrosis (เซลล์ตายในท่อน้ำนม) ซึ่งบ่งชี้ความรุนแรงเพิ่มเติม

ทางเลือกการรักษา DCIS

ตาม NCCN Guidelines Version 2.2026 มีทางเลือกการรักษา DCIS ดังนี้:

1. การผ่าตัดสงวนเต้านม (Breast-Conserving Surgery, BCS)

คือการผ่าตัดเอาเฉพาะส่วนที่มี DCIS ออก พร้อมเนื้อเยื่อโดยรอบที่ปลอดภัย เก็บเต้านมส่วนใหญ่ไว้ — เหมาะกับ DCIS ขนาดเล็กถึงปานกลาง ที่อยู่ตำแหน่งเดียว ข้อดี: • เก็บเต้านมไว้ได้ • ฟื้นตัวเร็ว (กลับบ้านในวันเดียวหรือ 1 คืน) • ผลความสวยงามดี Margin ที่แนะนำ: อย่างน้อย 2 มิลลิเมตร ตามแนวทาง SSO/ASTRO/ASCO Consensus

2. การผ่าตัดเต้านมทั้งเต้า (Mastectomy)

เหมาะกับกรณี: • DCIS ขนาดใหญ่หรือกระจายหลายตำแหน่ง (multicentric) • ผู้ที่มี BRCA1/BRCA2 mutation • เต้านมขนาดเล็กที่ทำ BCS แล้วได้ผลความสวยงามไม่ดี • ผู้ป่วยเลือกเอง (มีสิทธิ์ตัดสินใจ) ทางเลือกเสริมสร้างเต้านม (Reconstruction): • Implant-based reconstruction • Autologous flap (DIEP, Latissimus dorsi) ที่โรงพยาบาลนมะรักษ์ ทีมแพทย์จะปรึกษาเรื่องการเสริมสร้างเต้านมให้ตั้งแต่ก่อนผ่าตัดเพื่อวางแผนร่วมกัน

3. การฉายแสงหลังผ่าตัดสงวนเต้านม

หลัง BCS ผู้ป่วยส่วนใหญ่จะได้รับการฉายแสง (Radiation Therapy) เพื่อลดความเสี่ยงกลับเป็นซ้ำ โดย NCCN 2026 แนะนำ: Whole Breast Radiation Therapy (WBRT) — Category 1 • ฉายแสงทั่วทั้งเต้านม • ใช้เวลา 3–5 สัปดาห์ • ลดความเสี่ยงกลับเป็นซ้ำเฉพาะที่ 50% Accelerated Partial Breast Irradiation (APBI/PBI) — Category 2A • ฉายแสงเฉพาะบริเวณรอบแผลผ่าตัด • ใช้เวลาสั้นกว่า No Radiation Therapy — Category 2B (เฉพาะกลุ่ม low-risk) • พิจารณาในผู้ที่มี DCIS ขนาดเล็ก grade ต่ำ ขอบเขต ≥3 mm และมีอายุ ≥50 ปี

4. ยาฮอร์โมน (Endocrine Therapy)

สำหรับ DCIS ที่มี ER-positive หลังการผ่าตัด BCS แพทย์อาจแนะนำให้ทานยาฮอร์โมน 5 ปีเพื่อลดความเสี่ยง: ทางเลือกยา:Tamoxifen 20 mg/day สำหรับผู้หญิงทุกวัย • Aromatase Inhibitor (Letrozole, Anastrozole) เฉพาะหลังหมดประจำเดือน • Low-dose Tamoxifen 5 mg/day สำหรับผู้ที่ทนผลข้างเคียงได้ยาก (ตาม TAM-01 trial) ลดความเสี่ยงกลับเป็นซ้ำในเต้านมเดิม 50% และลดความเสี่ยงเป็นมะเร็งในเต้านมอีกข้าง 50%

การพยากรณ์โรค

DCIS มีอัตรารอดชีวิตที่ดีมาก เพราะเป็นมะเร็งระยะ 0 ที่ยังไม่ลุกลาม ตัวชี้วัด | อัตรา อัตรารอดชีวิต 10 ปี (10-year OS) | > 98% อัตรารอดชีวิตเฉพาะมะเร็งเต้านม 20 ปี | ~97%

ความเสี่ยงการกลับเป็นซ้ำ (10 ปี) แบ่งตาม Risk Group

ความเสี่ยงกลับเป็นซ้ำขึ้นอยู่กับความเสี่ยงเฉพาะบุคคล ไม่ใช่ตัวเลขเดียวสำหรับทุกคน: วิธีรักษา | Good-risk DCIS¹ | DCIS ทั่วไป² BCS อย่างเดียว | 11-15% | 20-30% BCS + ฉายแสง | ~7% | ~12-14% BCS + RT + ยาฮอร์โมน | ลดอีก ~50% | ลดอีก ~50% Mastectomy | < 1% | ~2-3% ¹ Good-risk DCIS = ขนาด ≤ 2.5 cm, grade ต่ำ-ปานกลาง, margin ≥ 3 mm, อายุ ≥ 50 ปี (RTOG 9804 criteria) ² DCIS ทั่วไป = รวมทุก grade, ทุกขนาด, ทุกอายุ ตาม meta-analysis 9,391 ราย (BMC Cancer 2015)

ทำไม BCS + ฉายแสง ยังเป็นทางเลือกที่ดี

หลายคนเห็นตัวเลขแล้วอาจกังวล — ทำไมแพทย์ยังแนะนำ BCS เมื่อ Mastectomy มีโอกาสกลับเป็นซ้ำต่ำกว่า? 1. อัตราการรอดชีวิตเท่ากัน — การศึกษา EBCTCG meta-analysis และ NSABP B-17/B-24 ติดตาม 20+ ปี ยืนยันว่าอัตรารอดชีวิต 20 ปีของ BCS+RT กับ Mastectomy เท่ากันที่ ~97% 2. "กลับเป็นซ้ำ" ไม่เท่ากับ "เสียชีวิต" — ครึ่งหนึ่งของกรณีกลับเป็นซ้ำเป็น DCIS อีกครั้ง (ไม่ใช่มะเร็งลุกลาม) และ 91% เป็น minimal cancer ที่ตรวจพบเร็ว สามารถรักษาด้วย Mastectomy ภายหลังได้ 3. การติดตามใกล้ชิดทำให้ตรวจพบเร็ว — แมมโมแกรมประจำปียังตรวจได้ 97% ของกรณีกลับเป็นซ้ำตรวจพบจากแมมโมแกรมก่อนคลำได้ 4. คุณภาพชีวิตและภาพลักษณ์ — BCS เก็บเต้านมไว้ ฟื้นตัวเร็ว กลับไปทำงานใน 1-2 สัปดาห์ 5. ลดความเสี่ยงเพิ่มเติมได้ — เพิ่มยาฮอร์โมน (Tamoxifen หรือ AI) ลดอีก ~50% + ตรวจติดตามใกล้ชิดด้วยแมมโมแกรมและ MRI สรุปสำหรับผู้ป่วย: การเลือก BCS+RT ไม่ใช่การยอมรับความเสี่ยงสูงขึ้น แต่เป็นการเลือกวิธีรักษาที่ให้ผลรอดชีวิตเท่ากัน พร้อมเก็บเต้านมไว้ และมีระบบติดตามที่ตรวจพบความผิดปกติได้เร็ว

การติดตามหลังรักษา

ตาม NCCN 2026 ผู้ป่วย DCIS ที่รักษาเสร็จควรติดตาม: ปีที่ 1–5: • ตรวจร่างกายโดยศัลยแพทย์เฉพาะทาง: ทุก 6–12 เดือน • แมมโมแกรมประจำปี (เริ่ม 6–12 เดือนหลังจบฉายแสงสำหรับ BCS) • ผู้ที่ทานยาฮอร์โมน: ตรวจตามคำแนะนำเฉพาะ (เช่น ตรวจตา หากใช้ Tamoxifen) หลัง 5 ปี: แมมโมแกรมประจำปีตลอดชีวิต + ตรวจร่างกายปีละครั้ง สิ่งสำคัญ: ตรวจ tumor markers (เช่น CA15-3, CEA) ไม่จำเป็นในผู้ป่วย DCIS ที่หายแล้ว ตามแนวทาง NCCN

คำถามที่พบบ่อย

DCIS เป็นมะเร็งจริงๆ หรือไม่?

DCIS เป็นมะเร็งระยะ 0 ทางเทคนิคถือเป็นมะเร็ง แต่ยังไม่ลุกลาม นักวิจัยบางคนเรียกว่า "pre-invasive" หรือ "pre-cancerous" เพราะหากไม่ลุกลามก็ไม่ก่อให้เกิดความเสี่ยงต่อชีวิต อย่างไรก็ตาม เนื่องจาก 10–50% ของ DCIS อาจพัฒนาเป็นมะเร็งลุกลาม การรักษาจึงเป็นการป้องกันที่จำเป็น

DCIS หายขาดได้ไหม?

ใช่ DCIS เป็นโรคที่รักษาหายขาดได้สูงมาก หากได้รับการรักษาที่เหมาะสม อัตรารอดชีวิต 10 ปีมากกว่า 98% ความเสี่ยงในการเสียชีวิตจาก DCIS เองน้อยมาก ส่วนใหญ่ผู้ป่วย DCIS เสียชีวิตด้วยสาเหตุอื่นที่ไม่เกี่ยวข้อง

DCIS ต้องเคมีบำบัดไหม?

ไม่ต้อง — DCIS เป็นมะเร็งที่ไม่ลุกลาม ไม่กระจายไปต่อมน้ำเหลือง จึงไม่จำเป็นต้องรักษาด้วยเคมีบำบัด การรักษาหลักคือผ่าตัด ฉายแสง (สำหรับ BCS) และยาฮอร์โมน (สำหรับ ER+)

ผ่าตัดสงวนเต้านม (BCS) vs ผ่าตัดเต้าทั้งหมด อันไหนดีกว่า?

อัตราการรอดชีวิตเท่ากัน แต่อัตราการกลับเป็นซ้ำเฉพาะที่แตกต่างกันและขึ้นกับ risk profile ของผู้ป่วยแต่ละราย — สำหรับ Good-risk DCIS (ขนาดเล็ก, grade ต่ำ-กลาง, อายุ ≥50 ปี): BCS + ฉายแสง โอกาสกลับเป็นซ้ำ ~7% ใน 10 ปี เทียบกับ Mastectomy <1% สำหรับ DCIS ทั่วไป: BCS + ฉายแสง ~12-14% เทียบกับ Mastectomy ~2-3% BCS เก็บเต้านมไว้ได้และฟื้นตัวเร็ว แต่ต้องฉายแสงและติดตามใกล้ชิด การเลือกขึ้นอยู่กับขนาด ตำแหน่ง DCIS อายุ และความต้องการของผู้ป่วย

ถ้าตัวเลขกลับเป็นซ้ำของ BCS สูงกว่า Mastectomy ทำไมยังเลือก BCS ได้?

เพราะ "กลับเป็นซ้ำ" ไม่เท่ากับ "เสียชีวิต" — อัตราการรอดชีวิต 20 ปีของ BCS+RT กับ Mastectomy เท่ากันที่ ~97% ตามการศึกษา EBCTCG และ NSABP B-17/B-24 ครึ่งหนึ่งของกรณีกลับเป็นซ้ำเป็น DCIS อีกครั้ง (ไม่ใช่มะเร็งลุกลาม) และ 91% เป็น "minimal cancer" ที่ตรวจพบเร็วจากแมมโมแกรมประจำปี การกลับเป็นซ้ำสามารถรักษาด้วย Mastectomy ภายหลังได้

ทำไมต้องทานยาฮอร์โมน 5 ปีหลังผ่าตัด DCIS?

ยา Tamoxifen หรือ Aromatase Inhibitor ช่วยลดความเสี่ยงทั้งการกลับเป็นซ้ำในเต้านมเดิมและการเป็นมะเร็งใหม่ในเต้านมอีกข้างประมาณ 50% — เป็นการป้องกันระยะยาวที่ได้ประโยชน์สูง การทาน 5 ปีเป็นมาตรฐานตามผลการศึกษา NSABP B-24 และ UK/ANZ DCIS trials

ขอ Second Opinion สำหรับ DCIS ได้ไหม?

ได้ และแนะนำให้ทำ — DCIS เป็นโรคที่มีหลายทางเลือกในการรักษา การได้ความเห็นที่สองช่วยให้คุณมั่นใจในแผนการรักษาและเข้าใจตัวเลือกครบถ้วน ที่โรงพยาบาลนมะรักษ์มีบริการ Second Opinion สำหรับผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยมะเร็งเต้านมจากที่อื่น

เกี่ยวกับโรงพยาบาลนมะรักษ์

โรงพยาบาลนมะรักษ์ (Namarak Hospital) เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านโรคเต้านมและมะเร็งเต้านมในกรุงเทพฯ ดูแลผู้ป่วย DCIS อย่างครบวงจรตั้งแต่การวินิจฉัย การผ่าตัดสงวนเต้านม การฉายแสงในห้องผ่าตัด IORT จนถึงการติดตามระยะยาว โดยทีมศัลยแพทย์เฉพาะทางมะเร็งเต้านมที่มีประสบการณ์ สนใจปรึกษา DCIS หรือขอ Second Opinion? 📞 โทร 02-059-0245 หรือ 095-808-9518 💬 LINE: @namarak 🌐 นัดหมายออนไลน์

ตรวจสอบเนื้อหาโดย ทีมแพทย์โรงพยาบาลนมะรักษ์ | เผยแพร่ 26 เมษายน 2569 อ้างอิงหลัก: NCCN Guidelines Version 2.2026, SSO/ASTRO/ASCO Consensus Guideline on Margins, NSABP B-24 Trial, UK/ANZ DCIS Trial, TAM-01 Trial (Veronesi et al., 2019) อ้างอิงสำหรับสถิติการกลับเป็นซ้ำ: BMC Cancer 2015 meta-analysis (9,391 ราย), McCormick B et al. RTOG 9804 long-term results (J Clin Oncol 2021), van Seijen M et al. (3,121 ราย MSKCC + Brigham/Dana-Farber) หมายเหตุ: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสำหรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม

ความคิดเห็น


แพทย์โรงพยาบาลนมะรักษ์
bottom of page