top of page
การตรวจและวินิจฉัย


แมมโมแกรม 3 มิติ คืออะไร ต่างจากแมมโมแกรมแบบเดิมอย่างไร
แมมโมแกรม 3 มิติ (3D Mammogram/DBT) คืออะไร ต่างจาก 2 มิติอย่างไร ใครควรตรวจ เจ็บไหม อธิบายโดยศัลยแพทย์เฉพาะทางเต้านม รพ.นมะรักษ์ ราคาเริ่มต้น 5,800 บาท


อัลตราซาวนด์เต้านม (Breast Ultrasound): ตรวจอะไร ต่างจากแมมโมแกรมอย่างไร
อัลตราซาวนด์เต้านม หรือ Breast Ultrasound เป็นการตรวจด้วยคลื่นเสียงความถี่สูง ไม่มีรังสีไอออไนซ์ ใช้ประเมินก้อนหรือบริเวณผิดปกติในเต้านม ช่วยแยกถุงน้ำออกจากก้อนเนื้อตัน และใช้ร่วมกับแมมโมแกรมในหลายสถานการณ์ โดยเฉพาะผู้ที่มีเนื้อเต้านมหนาแน่นหรือมีอาการเฉพาะจุด อัลตราซาวนด์เต้านมคืออะไร? อัลตราซาวนด์เต้านมใช้หัวตรวจส่งคลื่นเสียงผ่านผิวหนังและสร้างภาพจากคลื่นสะท้อนกลับ ทำให้เห็นโครงสร้างภายในเต้านมแบบเรียลไทม์ ไม่มีการใช้รังสี จึงสามารถใช้ได้ในหลายกลุ่มผู้ป่วย รวมถึงหญิงตั้งครร
คลำเจอก้อนที่เต้านม ทำอย่างไร? วิธีตรวจเต้านมด้วยตนเอง และเมื่อไรควรพบแพทย์
การตรวจเต้านมด้วยตนเอง คือการสังเกตและคลำเต้านมของตัวเองเป็นประจำ เพื่อให้คุ้นเคยกับลักษณะปกติ และสังเกตความเปลี่ยนแปลงได้เร็ว แม้ไม่ใช่การตรวจคัดกรองที่แทนแมมโมแกรมได้ แต่ช่วยให้พบความผิดปกติเบื้องต้นและไปพบแพทย์ได้ทันเวลา ควรตรวจเต้านมด้วยตนเองบ่อยแค่ไหน? แนะนำให้ตรวจเดือนละครั้ง ช่วงเวลาที่ดีที่สุดคือ 7–10 วันหลังประจำเดือนมา เพราะเต้านมจะนุ่มและคัดน้อยที่สุด ส่วนผู้ที่หมดประจำเดือนแล้วให้เลือกวันเดิมของทุกเดือน ขั้นตอนการตรวจเต้านมด้วยตนเอง ทำได้ทั้งหน้ากระจกและตอนอาบน้ำ/


Hologic Genius 3D + AI: เครื่องแมมโมแกรม 3 มิติ ที่โรงพยาบาลนมะรักษ์
เจาะลึกเครื่อง Hologic 3Dimensions + Genius AI Detection ที่นมะรักษ์ใช้ตรวจแมมโมแกรม 3 มิติ — ตรวจพบมะเร็งลุกลามมากกว่า 2D 20–65% พร้อม SmartCurve ลดเจ็บ และ AI ช่วยอ่านผล


เมื่อไหร่จะหยุดตรวจคัดกรองด้วยแมมโมแกรม: คู่มือสำหรับผู้หญิงวัย 70+
ไม่มีอายุที่ต้องหยุดตรวจแมมโมแกรมตายตัว แนวทางใหม่จาก USPSTF NCCN ACR และ ACS แนะนำให้พิจารณาจากอายุขัยคาดหวัง สุขภาพโดยรวม และความต้องการของผู้ป่วย ไม่ใช่เพียงตัวเลขอายุ


ทุกอย่างที่ต้องรู้เกี่ยวกับการเจาะชิ้นเนื้อเต้านม
การเจาะชิ้นเนื้อเต้านม (Breast Biopsy) คือการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อจากก้อนหรือจุดผิดปกติที่เต้านมไปตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อยืนยันว่าเป็น “เนื้อดี” หรือ “เนื้อร้าย” ถือเป็นมาตรฐานสากล (Gold Standard) ในการวินิจฉัยมะเร็งเต้านม ส่วนใหญ่ใช้เพียงยาชาเฉพาะที่ ใช้เวลาประมาณ 15–30 นาที เจ็บเล็กน้อย ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล และดูแลแผลได้ง่ายที่บ้าน ทำไมต้อง "เจาะชิ้นเนื้อ"? (Why Biopsy?) "ภาพถ่ายบอกได้แค่ความน่าจะเป็น แต่ชิ้นเนื้อคือความจริง" แม้เทคโนโลยีการตรวจคัดกรองในปัจจุบันอย่าง แมมโมแ


ตรวจเลือดหามะเร็ง Liquid Biopsy: ctDNA ในมะเร็งเต้านม
การตรวจวิเคราะห์ ctDNA หรือ Liquid Biopsy เป็นเครื่องมือสำคัญในการดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านมแบบเฉพาะบุคคล แม้จะยังไม่สามารถใช้ทดแทนการวินิจฉัยหลักได้ทั้งหมด แต่มีประโยชน์อย่างยิ่งในการติดตามการรักษา, ชี้แนวทางการใช้ยาแบบมุ่งเป้า และเฝ้าระวังการดื้อยา ซึ่งในอนาคตมีแนวโน้มที่จะกลายเป็นมาตรฐานในการดูแลผู้ป่วยต่อไป


วิธีการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม
บทความนี้ถูกรวมเข้ากับคู่มือฉบับสมบูรณ์แล้ว เราได้รวมเนื้อหาเรื่องการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยมะเร็งเต้านมไว้ในคู่มือฉบับสมบูรณ์ฉบับเดียว เพื่อให้อ่านง่ายและครบถ้วนยิ่งขึ้น อ่านคู่มือฉบับสมบูรณ์: การตรวจคัดกรองและวินิจฉัยมะเร็งเต้านม (คู่มือฉบับสมบูรณ์) นัดหมายตรวจคัดกรอง: โทร 02 059 0245–48 หรือ LINE @namark


รายงานผลการตรวจเต้านมด้วยภาพทางการแพทย์ (BIRADs)
ค่า BI-RADS คืออะไร? อ่านผลอย่างไร BI-RADS คือระบบมาตรฐานสากลที่ใช้จัดระดับความน่าสงสัยของผลภาพเต้านม (แมมโมแกรมและอัลตราซาวนด์) ตั้งแต่ระดับ 0 ถึง 6 เพื่อบอกแนวทางต่อไปว่าควรตรวจเพิ่ม ติดตาม หรือเจาะชิ้นเนื้อ การเข้าใจค่า BI-RADS ช่วยให้ผู้ป่วยอ่านผลตรวจของตนเองได้อย่างเข้าใจ รายงานผลการตรวจเต้านมด้วยภาพทางการแพทย์ (BIRADs) บทความโดย รศ.พญ. เยาวนุช คงด่าน พญ. ปวีณา เลือดไทย ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมด้วยแมมโมแกรมและอัลตราซาวด์ แพร่หลายมากในปัจจุบัน เมื่อได้รับผลแล้วก


การตรวจชิ้นเนื้อเต้านม
การตรวจชิ้นเนื้อเต้านม รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน การตรวจชิ้นเนื้อเต้านมเป็นกระบวนการที่สำคัญในการวินิจฉัยมะเร็งเต้านม โดยช่วยให้แพทย์สามารถตรวจสอบและยืนยันว่ามีก้อนเนื้อที่เป็นมะเร็งหรือไม่ ช่วยให้สามารถยืนยันการวินิจฉัยมะเร็งเต้านมได้แม่นยำ แพทย์สามารถวางแผนการรักษาที่เหมาะสมและมีประสิทธิภาพ การตรวจชิ้นเนื้อมีหลายวิธี แต่ละวิธีมีขั้นตอนและข้อดีข้อเสียต่างกันไป บทความนี้จะอธิบายเกี่ยวกับการตรวจชิ้นเนื้อเต้านม ประเภทของการตรวจชิ้นเนื้อ ข้อดีข้อเสีย ความสำคัญในการวินิจฉัยมะเร็งเต้า


เทคนิคการเจาะชิ้นเนื้อเต้านมด้วยเข็มขนาดใหญ่ (Core Needle Biopsy): การเลือกเข็มและการนำทาง
การเจาะตรวจชิ้นเนื้อเต้านมด้วยเข็มขนาดใหญ่ (Core Needle Biopsy) รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน การเจาะตรวจชิ้นเนื้อเต้านมด้วยเข็มขนาดใหญ่ (Core Needle Biopsy) คือการใช้เข็มกลวงขนาดใหญ่เก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อจากก้อนหรือจุดผิดปกติในเต้านมออกมาเป็นแท่งเล็กๆ เพื่อตรวจทางพยาธิวิทยา ให้ข้อมูลละเอียดกว่าการเจาะด้วยเข็มเล็ก (FNA) ทั้งชนิดของเซลล์และสมบัติทางชีวโมเลกุล ทำภายใต้ยาชาเฉพาะที่ ใช้เวลาประมาณ 15–30 นาที และไม่ต้องนอนโรงพยาบาล การเจาะตรวจชิ้นเนื้อเต้านมด้วยเข็มขนาดใหญ่ (Core Needle B


การแปลผลการตรวจชิ้นเนื้อเต้านมด้วยเข็มขนาดใหญ่ (Core Needle Biopsy)
การแปลผลการตรวจชิ้นเนื้อเต้านมด้วยเข็มขนาดใหญ่ (Core Needle Biopsy) รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน การแปลผลการตรวจชิ้นเนื้อเต้านมด้วยเข็มขนาดใหญ่ (Core Needle Biopsy) คือการอ่านผลพยาธิวิทยาเพื่อบอกว่าชิ้นเนื้อเป็นเนื้อดีหรือเนื้อร้าย โดยมักรายงานเป็นระดับ B1–B5 (ตั้งแต่เนื้อปกติจนถึงมะเร็ง) ร่วมกับการประเมิน “ความสอดคล้อง” ระหว่างผลชิ้นเนื้อกับภาพถ่าย เพื่อวางแผนว่าจะติดตามอาการ เจาะซ้ำ หรือผ่าตัด การแปลผลที่ถูกต้องคือกุญแจสู่การรักษาที่ตรงจุด การตรวจชิ้นเนื้อเต้านมด้วยเข็มขนาดใหญ่ (Co


แนวทางการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม
บทความนี้ถูกรวมเข้ากับคู่มือฉบับสมบูรณ์แล้ว เราได้รวมเนื้อหาเรื่องการตรวจคัดกรองและวินิจฉัยมะเร็งเต้านมไว้ในคู่มือฉบับสมบูรณ์ฉบับเดียว เพื่อให้อ่านง่ายและครบถ้วนยิ่งขึ้น อ่านคู่มือฉบับสมบูรณ์: การตรวจคัดกรองและวินิจฉัยมะเร็งเต้านม (คู่มือฉบับสมบูรณ์) นัดหมายตรวจคัดกรอง: โทร 02 059 0245–48 หรือ LINE @namark


การตรวจคัดกรองและวินิจฉัยมะเร็งเต้านม: คู่มือฉบับสมบูรณ์
การตรวจคัดกรองและวินิจฉัยมะเร็งเต้านม คือกระบวนการตั้งแต่ตรวจหาความผิดปกติในคนที่ยังไม่มีอาการ (คัดกรอง) ไปจนถึงการยืนยันผลด้วยภาพและการเจาะชิ้นเนื้อ (วินิจฉัย) เป้าหมายคือพบมะเร็งให้เร็วที่สุดเพื่อรักษาได้ทันและหายขาดสูง บทความนี้เป็นคู่มือรวมทุกขั้นตอน พร้อมลิงก์ไปอ่านรายละเอียดแต่ละหัวข้อ การตรวจคัดกรอง (Screening) มีวิธีใดบ้าง? การคัดกรองทำในผู้ที่ยังไม่มีอาการ เพื่อค้นหาความผิดปกติแต่เนิ่นๆ วิธีหลักได้แก่ การตรวจเต้านมด้วยตนเอง การตรวจโดยแพทย์ แมมโมแกรม (โดยเฉพาะ 3D Mamm
bottom of page

