top of page

ทุกอย่างที่ต้องรู้เกี่ยวกับการเจาะชิ้นเนื้อเต้านม

  • รูปภาพนักเขียน: Youwanush Kongdan
    Youwanush Kongdan
  • 14 ม.ค.
  • ยาว 2 นาที

อัปเดตเมื่อ 4 วันที่ผ่านมา

การเจาะชิ้นเนื้อเต้านม (Breast Biopsy) คือการเก็บตัวอย่างเนื้อเยื่อจากก้อนหรือจุดผิดปกติที่เต้านมไปตรวจทางพยาธิวิทยา เพื่อยืนยันว่าเป็น “เนื้อดี” หรือ “เนื้อร้าย” ถือเป็นมาตรฐานสากล (Gold Standard) ในการวินิจฉัยมะเร็งเต้านม ส่วนใหญ่ใช้เพียงยาชาเฉพาะที่ ใช้เวลาประมาณ 15–30 นาที เจ็บเล็กน้อย ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล และดูแลแผลได้ง่ายที่บ้าน

ทำไมต้อง "เจาะชิ้นเนื้อ"? (Why Biopsy?)


"ภาพถ่ายบอกได้แค่ความน่าจะเป็น แต่ชิ้นเนื้อคือความจริง"


การเจาะชิ้นเนื้อเต้านมเพื่อวินิจฉัยมะเร็งเต้านม - โรงพยาบาลนมะรักษ์

แม้เทคโนโลยีการตรวจคัดกรองในปัจจุบันอย่าง แมมโมแกรม (Mammogram) และ อัลตราซาวนด์ (Ultrasound) จะมีความคมชัดสูงมาก ซึ่งสามารถบอกตำแหน่ง รูปร่าง และลักษณะของหินปูนหรือก้อนเนื้อได้ว่ามีความ "น่าสงสัย" เพียงใด (โดยระบุเป็นค่า BI-RADS) แต่ภาพถ่ายเหล่านั้นก็เปรียบเสมือนการมองเห็นเพียง "เงา" หรือ "รูปลักษณ์ภายนอก" เท่านั้น ไม่สามารถบอกลึกไปถึงระดับเซลล์ได้


"การเจาะชิ้นเนื้อ" (Biopsy) จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดและเป็น มาตรฐานสากล (Gold Standard) ในการวินิจฉัยโรค โดยมีเหตุผลสำคัญ 3 ประการ คือ:


  1. แยกแยะ "เนื้อดี" หรือ "เนื้อร้าย" ได้อย่างเด็ดขาด: ก้อนเนื้อที่หน้าตาไม่ดีในฟิล์มเอ็กซเรย์ อาจจะเป็นเพียงถุงน้ำ ก้อนไขมัน หรือเนื้องอกธรรมดา (Fibroadenoma) ที่ไม่อันตรายก็ได้ การเจาะชิ้นเนื้อจะช่วยยืนยันผลได้เกือบ 100% ทำให้คลายความกังวลหากผลออกมาเป็นเนื้อดี หรือเตรียมตัวรักษาได้ทันท่วงทีหากเป็นเนื้อร้าย


  2. รู้ลึกถึง "ชนิดของเซลล์" เพื่อการรักษาแบบจำเพาะเจาะจง (Precision Medicine): หากผลตรวจพบว่าเป็นเซลล์มะเร็ง การตรวจชิ้นเนื้อจะทำให้แพทย์ทราบข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญมาก คือ "สมบัติทางชีวโมเลกุล" ของเซลล์นั้นๆ เช่น

    • มะเร็งชนิดนี้ตอบสนองต่อฮอร์โมนหรือไม่? (ER/PR status)

    • มีการแบ่งตัวเร็วแค่ไหน? (Ki-67)

    • มีตัวรับ HER2 หรือไม่?


    ข้อมูลเหล่านี้เปรียบเสมือน "ลายแทง" ที่ช่วยให้แพทย์เลือกสูตรยาเคมีบำบัด ยาต้านฮอร์โมน หรือยาพุ่งเป้า (Targeted Therapy) ได้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคนมากที่สุด


  3. ช่วยวางแผนการผ่าตัดที่เหมาะสม: การรู้ผลชิ้นเนื้อก่อนผ่าตัด ช่วยให้แพทย์และคนไข้วางแผนร่วมกันได้ว่า จำเป็นต้องผ่าตัดแบบสงวนเต้า (Lumpectomy) หรือต้องตัดเต้านมออก (Mastectomy) และต้องเลาะต่อมน้ำเหลืองด้วยหรือไม่ ช่วยลดโอกาสการเจ็บตัวซ้ำซ้อน และลดความเสี่ยงจากการผ่าตัดเกินความจำเป็น


ดังนั้น การเจาะชิ้นเนื้อจึงไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็น "กุญแจดอกสำคัญ" ที่จะไขคำตอบเพื่อให้ได้รับการรักษาที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด


การเตรียมตัวก่อนเจาะชิ้นเนื้อ (Preparation Checklist)


การเตรียมตัวก่อนเจาะชิ้นเนื้อเต้านม 5 ข้อ

การเตรียมตัวที่ดีช่วยให้การทำหัตถการราบรื่นและปลอดภัย นี่คือ 5 สิ่งที่ต้องเช็กก่อนมาโรงพยาบาล:


  1. ปรึกษาเรื่อง "ยาประจำตัว": หากกิน ยาละลายลิ่มเลือด (เช่น Aspirin, Warfarin) หรือวิตามินอาหารเสริม (เช่น น้ำมันปลา, วิตามินอี) ต้องแจ้งแพทย์ล่วงหน้า เพราะอาจต้องงดยาก่อนทำหัตถการ 3-7 วัน เพื่อลดความเสี่ยงเลือดออกในบางราย


  2. ไม่ต้องงดน้ำ-งดอาหาร: ข้อนี้สำคัญมาก! สำหรับการเจาะชิ้นเนื้อโดยใช้ยาชาเฉพาะที่ สามารถกินอาหารและดื่มน้ำได้ตามปกติ ไม่ควรปล่อยให้ท้องว่างจนเกินไปเพราะอาจทำให้หน้ามืดได้ง่าย


  3. งดทาโลชั่นหรือโรลออน: อาบน้ำให้สะอาด และงดทาครีม แป้ง หรือผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายบริเวณหน้าอกและรักแร้ เพื่อให้ผิวหนังสะอาดที่สุด


  4. สวมเสื้อที่ "ถอด-ใส่ง่าย": แนะนำให้ใส่ เสื้อเชิ้ตที่มีกระดุมหน้า หรือเสื้อที่หลวมสบาย เพื่อให้เปลี่ยนเสื้อผ้าได้สะดวกและไม่กระทบกระเทือนแผลหลังทำ


  5. เตรียมใจให้สบาย: ความเครียดมีผลต่อความดันโลหิต พยายามพักผ่อนให้เพียงพอ การเจาะชิ้นเนื้อใช้เวลาไม่นานและเจ็บน้อยกว่าที่กังวล


เจาะลึกขั้นตอน: วันที่ทำ Biopsy ต้องเจออะไรบ้าง? (The Procedure)


ที่โรงพยาบาลนมะรักษ์ เราใช้เทคโนโลยีการเจาะชิ้นเนื้อที่ทันสมัย โดยมีขั้นตอนแบบ Walk-through ดังนี้:


ขั้นตอนการเจาะชิ้นเนื้อเต้านมด้วยเข็มภายใต้อัลตราซาวนด์

  1. อัลตราซาวนด์หรือแมมโมแกรมระบุตำแหน่ง: แพทย์จะทำการอัลตราซาวนด์ซ้ำหรือแมมโมแกรมเพื่อหาพิกัดก้อนเนื้อที่ต้องการเจาะให้แม่นยำที่สุด


  2. ฉีดยาชา (เจ็บนิดเดียว!): แพทย์จะฉีดยาชาบริเวณผิวหนัง ความรู้สึกจะเหมือนมดกัดเพียงแป๊บเดียว หลังจากนั้นบริเวณนั้นจะชาจนไม่รู้สึกเจ็บ


  3. ขั้นตอนการเจาะ: แพทย์ใช้อุปกรณ์เจาะผ่านผิวหนัง (แผลขนาดเล็กเท่ารูเข็ม) โดยดูผ่านจออัลตราซาวนด์ตลอดเวลา ใช้เวลาเพียง 15-30 นาที หรือผ่านแมมโมแกรม(Stereotactic guided)


  4. พักสังเกตอาการ: เมื่อเสร็จแล้ว แพทย์จะกดหยุดเลือด ปิดพลาสเตอร์ และให้ประคบเย็นเพื่อลดบวม นั่งพักประมาณ 30 นาที หากไม่มีอาการผิดปกติก็สามารถรับยากลับบ้านได้เลย (ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล)


การดูแลตัวเองหลังเจาะชิ้นเนื้อ (Aftercare Tips)


แผลจากการเจาะชิ้นเนื้อมีขนาดเล็กมาก การดูแลรักษาจึงไม่ยุ่งยาก ดังนี้:


การดูแลแผลหลังเจาะชิ้นเนื้อเต้านมที่บ้าน

  • อาบน้ำได้ แต่ "อย่าถู": แพทย์จะปิดพลาสเตอร์กันน้ำให้ สามารถอาบน้ำให้น้ำไหลผ่านได้ปกติ แต่ ห้ามถูสบู่หรือขัดบริเวณแผล ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก


  • ประคบเย็นลดบวม: หากรู้สึกระบมหรือบวม ให้ใช้เจลเย็น (Cold Pack) ห่อผ้าสะอาด ประคบบริเวณแผล ครั้งละ 15-20 นาที ในช่วง 1-2 วันแรก


  • ทานยาแก้ปวดได้ทันที: หากหมดฤทธิ์ยาชาแล้วรู้สึกปวด สามารถทานยาพาราเซตามอลได้เลย อาการปวดมักจะหายไปภายใน 1 วัน


  • งดยกของหนัก: ควรพักการใช้งานแขนข้างที่ทำหัตถการ งดออกกำลังกายหนักๆ หรือยกของหนักประมาณ 1-2 วัน เพื่อป้องกันแผลระบมหรือเลือดออกซึม


ประเภทของการเจาะชิ้นเนื้อเต้านมมีกี่แบบ?

การเจาะชิ้นเนื้อเต้านมมีหลายวิธี แพทย์จะเลือกให้เหมาะกับขนาด ตำแหน่ง และลักษณะของก้อน โดยวิธีที่พบบ่อย ได้แก่:

  • เจาะด้วยเข็มเล็ก (FNA – Fine Needle Aspiration): ใช้เข็มขนาดเล็กดูดเซลล์ออกมาตรวจ เจ็บน้อยที่สุด เหมาะกับถุงน้ำหรือต่อมน้ำเหลือง แต่ได้ข้อมูลเพียงระดับเซลล์

  • เจาะด้วยเข็มเจาะชิ้นเนื้อ (Core Needle Biopsy): ได้ชิ้นเนื้อเป็นแท่ง บอกชนิดและสมบัติทางชีวโมเลกุลของเซลล์ได้ละเอียด เป็นวิธีมาตรฐานที่ใช้บ่อยที่สุด

  • เจาะด้วยระบบสุญญากาศ (VABB – Vacuum-Assisted Breast Biopsy): ดูดชิ้นเนื้อได้มากขึ้นในการเจาะเพียงครั้งเดียว เหมาะกับหินปูนหรือก้อนเล็กที่เห็นเฉพาะในแมมโมแกรม

  • การผ่าตัดชิ้นเนื้อ (Surgical / Excisional Biopsy): ผ่าตัดเอาก้อนออกเพื่อตรวจ ใช้ในกรณีที่วิธีใช้เข็มไม่สามารถสรุปผลได้ชัดเจน

สรุป


การเจาะชิ้นเนื้อเต้านมไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เป็นหัตถการเล็กที่ใช้เวลาน้อย เจ็บน้อย และฟื้นตัวไว สิ่งสำคัญคือความสบายใจที่ได้รับรู้ผลการวินิจฉัยที่ชัดเจน ที่ โรงพยาบาลนมะรักษ์ เราพร้อมดูแลด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านเต้านมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้มั่นใจในทุกขั้นตอนการรักษา


"รู้ให้ชัด รักษาให้ตรงจุด คือทางออกที่ดีที่สุด"


คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการเจาะชิ้นเนื้อเต้านม (FAQ)

เจาะชิ้นเนื้อเต้านมเจ็บไหม?

ส่วนใหญ่ใช้ยาชาเฉพาะที่ จะรู้สึกเจ็บคล้ายมดกัดตอนฉีดยาชาเพียงไม่กี่วินาที หลังจากนั้นบริเวณที่เจาะจะชาจนแทบไม่รู้สึกเจ็บ อาการระบมเล็กน้อยหลังทำมักหายภายใน 1 วัน และบรรเทาได้ด้วยยาพาราเซตามอล

ต้องงดน้ำงดอาหารก่อนเจาะชิ้นเนื้อหรือไม่?

สำหรับการเจาะด้วยยาชาเฉพาะที่ ไม่ต้องงดน้ำงดอาหาร สามารถทานอาหารได้ตามปกติ และไม่ควรปล่อยให้ท้องว่างเพราะอาจทำให้หน้ามืดได้ง่าย

เจาะชิ้นเนื้อใช้เวลานานแค่ไหน ต้องนอนโรงพยาบาลไหม?

ขั้นตอนการเจาะใช้เวลาประมาณ 15–30 นาที เมื่อเสร็จแล้วนั่งพักสังเกตอาการราว 30 นาที หากไม่มีอาการผิดปกติสามารถกลับบ้านได้เลย ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล

รู้ผลเจาะชิ้นเนื้อภายในกี่วัน?

โดยทั่วไปผลพยาธิวิทยาจะทราบภายในประมาณ 3–7 วันทำการ ขึ้นกับการตรวจเพิ่มเติม เช่น การย้อมพิเศษหรือการตรวจตัวรับฮอร์โมน แพทย์จะนัดอธิบายผลและวางแผนการดูแลร่วมกัน

การเจาะชิ้นเนื้อทำให้มะเร็งลุกลามหรือกระจายหรือไม่?

ไม่ทำให้มะเร็งลุกลาม การเจาะชิ้นเนื้อเป็นหัตถการมาตรฐานที่ปลอดภัย ความเชื่อที่ว่าการเจาะทำให้มะเร็งแพร่กระจายไม่มีหลักฐานทางการแพทย์รองรับ ในทางตรงกันข้าม การวินิจฉัยที่ชัดเจนช่วยให้รักษาได้ตรงจุดและทันเวลา

ต้องหยุดยาอะไรก่อนเจาะชิ้นเนื้อ?

หากใช้ยาละลายลิ่มเลือด เช่น แอสไพริน วาร์ฟาริน หรืออาหารเสริมบางชนิด เช่น น้ำมันปลา วิตามินอี ควรแจ้งแพทย์ล่วงหน้า เพราะอาจต้องงดยา 3–7 วันก่อนทำเพื่อลดความเสี่ยงเลือดออก และห้ามหยุดยาเองโดยไม่ปรึกษาแพทย์

ผลเจาะชิ้นเนื้อเป็นเนื้อดี ต้องทำอะไรต่อ?

หากผลเป็นเนื้อดี (Benign) แพทย์มักนัดติดตามด้วยอัลตราซาวนด์หรือแมมโมแกรมเป็นระยะ เพื่อเฝ้าดูการเปลี่ยนแปลงของก้อน โดยส่วนใหญ่ไม่จำเป็นต้องผ่าตัด

บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง

ตรวจสอบความถูกต้องโดย: ทีมแพทย์เฉพาะทางด้านเต้านม โรงพยาบาลนมะรักษ์ • อัปเดตล่าสุด: พฤษภาคม 2569

หมายเหตุ: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสำหรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม

หากมีข้อสงสัยหรือต้องการนัดหมายตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม:

  • Website: www.namarak.com 

  • Facebook: Namarak Hospital โรงพยาบาลนมะรักษ์

  • Line:   @namark : https://lin.ee/W82zNUd  

  • โทร: 02 059 0245 - 48 , 095 808 9518


แพทย์โรงพยาบาลนมะรักษ์
bottom of page