top of page

เจาะชิ้นเนื้อเต้านม (Breast Biopsy) ครบทุกขั้นตอน: เตรียมตัวอย่างไร เจ็บไหม และวิธีดูแลแผลให้หายไว

  • รูปภาพนักเขียน: Youwanush Kongdan
    Youwanush Kongdan
  • 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 2 นาที

เมื่อได้รับการตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมแล้วพบความผิดปกติ คำแนะนำจากแพทย์ที่ว่า "ควรเจาะชิ้นเนื้อพิสูจน์ (Breast Biopsy)" อาจสร้างความกังวลใจให้ไม่น้อย หลายท่านเกิดคำถามว่า เจ็บไหม? ต้องเตรียมตัวอย่างไร? และน่ากลัวอย่างที่คิดหรือเปล่า? ที่ โรงพยาบาลนมะรักษ์ (Namarak Hospital) เราเข้าใจความกังวลของทุกท่าน บทความนี้จึงรวบรวมข้อมูล "ทุกอย่างที่ต้องรู้เกี่ยวกับการเจาะชิ้นเนื้อเต้านม" ตั้งแต่ก่อนเริ่มจนจบกระบวนการ เพื่อให้เตรียมตัวและเตรียมใจได้อย่างมั่นใจที่สุด

 

1. ทำไมต้อง "เจาะชิ้นเนื้อ"? (Why Biopsy?)

"ภาพถ่ายบอกได้แค่ความน่าจะเป็น แต่ชิ้นเนื้อคือความจริง"

แม้เทคโนโลยีการตรวจคัดกรองในปัจจุบันอย่าง แมมโมแกรม (Mammogram) และ อัลตราซาวนด์ (Ultrasound) จะมีความคมชัดสูงมาก ซึ่งสามารถบอกตำแหน่ง รูปร่าง และลักษณะของหินปูนหรือก้อนเนื้อได้ว่ามีความ "น่าสงสัย" เพียงใด (โดยระบุเป็นค่า BI-RADS) แต่ภาพถ่ายเหล่านั้นก็เปรียบเสมือนการมองเห็นเพียง "เงา" หรือ "รูปลักษณ์ภายนอก" เท่านั้น ไม่สามารถบอกลึกไปถึงระดับเซลล์ได้

"การเจาะชิ้นเนื้อ" (Biopsy) จึงเป็นขั้นตอนที่สำคัญที่สุดและเป็น มาตรฐานสากล (Gold Standard) ในการวินิจฉัยโรค โดยมีเหตุผลสำคัญ 3 ประการ คือ:

  1. แยกแยะ "เนื้อดี" หรือ "เนื้อร้าย" ได้อย่างเด็ดขาด: ก้อนเนื้อที่หน้าตาไม่ดีในฟิล์มเอ็กซเรย์ อาจจะเป็นเพียงถุงน้ำ ก้อนไขมัน หรือเนื้องอกธรรมดา (Fibroadenoma) ที่ไม่อันตรายก็ได้ การเจาะชิ้นเนื้อจะช่วยยืนยันผลได้เกือบ 100% ทำให้คลายความกังวลหากผลออกมาเป็นเนื้อดี หรือเตรียมตัวรักษาได้ทันท่วงทีหากเป็นเนื้อร้าย

  2. รู้ลึกถึง "ชนิดของเซลล์" เพื่อการรักษาแบบจำเพาะเจาะจง (Precision Medicine): หากผลตรวจพบว่าเป็นเซลล์มะเร็ง การตรวจชิ้นเนื้อจะทำให้แพทย์ทราบข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญมาก คือ "สมบัติทางชีวโมเลกุล" ของเซลล์นั้นๆ เช่น

    • มะเร็งชนิดนี้ตอบสนองต่อฮอร์โมนหรือไม่? (ER/PR status)

    • มีการแบ่งตัวเร็วแค่ไหน? (Ki-67)

    • มีตัวรับ HER2 หรือไม่?

    ข้อมูลเหล่านี้เปรียบเสมือน "ลายแทง" ที่ช่วยให้แพทย์เลือกสูตรยาเคมีบำบัด ยาต้านฮอร์โมน หรือยาพุ่งเป้า (Targeted Therapy) ได้เหมาะสมกับคนไข้แต่ละคนมากที่สุด

  3. ช่วยวางแผนการผ่าตัดที่เหมาะสม: การรู้ผลชิ้นเนื้อก่อนผ่าตัด ช่วยให้แพทย์และคนไข้วางแผนร่วมกันได้ว่า จำเป็นต้องผ่าตัดแบบสงวนเต้า (Lumpectomy) หรือต้องตัดเต้านมออก (Mastectomy) และต้องเลาะต่อมน้ำเหลืองด้วยหรือไม่ ช่วยลดโอกาสการเจ็บตัวซ้ำซ้อน และลดความเสี่ยงจากการผ่าตัดเกินความจำเป็น


    ดังนั้น การเจาะชิ้นเนื้อจึงไม่ใช่เรื่องน่ากลัว แต่เป็น "กุญแจดอกสำคัญ" ที่จะไขคำตอบเพื่อให้ได้รับการรักษาที่ดีที่สุดและปลอดภัยที่สุด

 

2. การเตรียมตัวก่อนเจาะชิ้นเนื้อ (Preparation Checklist)

การเตรียมตัวที่ดีช่วยให้การทำหัตถการราบรื่นและปลอดภัย นี่คือ 5 สิ่งที่ต้องเช็กก่อนมาโรงพยาบาล:

  1. ปรึกษาเรื่อง "ยาประจำตัว": หากกิน ยาละลายลิ่มเลือด (เช่น Aspirin, Warfarin) หรือวิตามินอาหารเสริม (เช่น น้ำมันปลา, วิตามินอี) ต้องแจ้งแพทย์ล่วงหน้า เพราะอาจต้องงดยาก่อนทำหัตถการ 3-7 วัน เพื่อลดความเสี่ยงเลือดออกในบางราย

  2. ไม่ต้องงดน้ำ-งดอาหาร: ข้อนี้สำคัญมาก! สำหรับการเจาะชิ้นเนื้อโดยใช้ยาชาเฉพาะที่ สามารถกินอาหารและดื่มน้ำได้ตามปกติ ไม่ควรปล่อยให้ท้องว่างจนเกินไปเพราะอาจทำให้หน้ามืดได้ง่าย

  3. งดทาโลชั่นหรือโรลออน: อาบน้ำให้สะอาด และงดทาครีม แป้ง หรือผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นกายบริเวณหน้าอกและรักแร้ เพื่อให้ผิวหนังสะอาดที่สุด

  4. สวมเสื้อที่ "ถอด-ใส่ง่าย": แนะนำให้ใส่ เสื้อเชิ้ตที่มีกระดุมหน้า หรือเสื้อที่หลวมสบาย เพื่อให้เปลี่ยนเสื้อผ้าได้สะดวกและไม่กระทบกระเทือนแผลหลังทำ

  5. เตรียมใจให้สบาย: ความเครียดมีผลต่อความดันโลหิต พยายามพักผ่อนให้เพียงพอ การเจาะชิ้นเนื้อใช้เวลาไม่นานและเจ็บน้อยกว่าที่กังวล


3. เจาะลึกขั้นตอน: วันที่ทำ Biopsy ต้องเจออะไรบ้าง? (The Procedure)

ที่โรงพยาบาลนมะรักษ์ เราใช้เทคโนโลยีการเจาะชิ้นเนื้อที่ทันสมัย โดยมีขั้นตอนแบบ Walk-through ดังนี้:


  1. อัลตราซาวนด์หรือแมมโมแกรมระบุตำแหน่ง: แพทย์จะทำการอัลตราซาวนด์ซ้ำหรือแมมโมแกรมเพื่อหาพิกัดก้อนเนื้อที่ต้องการเจาะให้แม่นยำที่สุด

  2. ฉีดยาชา (เจ็บนิดเดียว!): แพทย์จะฉีดยาชาบริเวณผิวหนัง ความรู้สึกจะเหมือนมดกัดเพียงแป๊บเดียว หลังจากนั้นบริเวณนั้นจะชาจนไม่รู้สึกเจ็บ

  3. ขั้นตอนการเจาะ: แพทย์ใช้อุปกรณ์เจาะผ่านผิวหนัง (แผลขนาดเล็กเท่ารูเข็ม) โดยดูผ่านจออัลตราซาวนด์ตลอดเวลา ใช้เวลาเพียง 15-30 นาที หรือผ่านแมมแมแกรม(Stererotactic guided)

  4. พักสังเกตอาการ: เมื่อเสร็จแล้ว แพทย์จะกดหยุดเลือด ปิดพลาสเตอร์ และให้ประคบเย็นเพื่อลดบวม นั่งพักประมาณ 30 นาที หากไม่มีอาการผิดปกติก็สามารถรับยากลับบ้านได้เลย (ไม่ต้องนอนโรงพยาบาล)


4. การดูแลตัวเองหลังเจาะชิ้นเนื้อ (Aftercare Tips)

แผลจากการเจาะชิ้นเนื้อมีขนาดเล็กมาก การดูแลรักษาจึงไม่ยุ่งยาก ดังนี้:


  • อาบน้ำได้ แต่ "อย่าถู": แพทย์จะปิดพลาสเตอร์กันน้ำให้ สามารถอาบน้ำให้น้ำไหลผ่านได้ปกติ แต่ ห้ามถูสบู่หรือขัดบริเวณแผล ในช่วง 24 ชั่วโมงแรก

  • ประคบเย็นลดบวม: หากรู้สึกระบมหรือบวม ให้ใช้เจลเย็น (Cold Pack) ห่อผ้าสะอาด ประคบบริเวณแผล ครั้งละ 15-20 นาที ในช่วง 1-2 วันแรก

  • ทานยาแก้ปวดได้ทันที: หากหมดฤทธิ์ยาชาแล้วรู้สึกปวด สามารถทานยาพาราเซตามอลได้เลย อาการปวดมักจะหายไปภายใน 1 วัน

  • งดยกของหนัก: ควรพักการใช้งานแขนข้างที่ทำหัตถการ งดออกกำลังกายหนักๆ หรือยกของหนักประมาณ 1-2 วัน เพื่อป้องกันแผลระบมหรือเลือดออกซึม


สรุป

การเจาะชิ้นเนื้อเต้านมไม่ได้น่ากลัวอย่างที่คิด เป็นหัตถการเล็กที่ใช้เวลาน้อย เจ็บน้อย และฟื้นตัวไว สิ่งสำคัญคือความสบายใจที่ได้รับรู้ผลการวินิจฉัยที่ชัดเจน

ที่ โรงพยาบาลนมะรักษ์ เราพร้อมดูแลด้วยทีมแพทย์เฉพาะทางด้านเต้านมและเทคโนโลยีที่ทันสมัย เพื่อให้มั่นใจในทุกขั้นตอนการรักษา

"รู้ให้ชัด รักษาให้ตรงจุด คือทางออกที่ดีที่สุด"

หากมีข้อสงสัยหรือต้องการนัดหมายตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านม:

  • Website: www.namarak.com 

  • Facebook: Namarak Hospital โรงพยาบาลนมะรักษ์

  • Line:   @namark : https://lin.ee/W82zNUd  

  • โทร: 02 059 0245 - 48 , 095 808 9518


เจาะชิ้นเนื้อเต้านม, Biopsy เต้านม, ตรวจมะเร็งเต้านม, โรงพยาบาลนมะรักษ์, เตรียมตัวเจาะชิ้นเนื้อ, อาการหลังเจาะชิ้นเนื้อ

ความคิดเห็น


ไม่สามารถแสดงความคิดเห็นในโพสต์นี้ได้แล้ว เพื่อรับทราบข้อมูลเพิ่มเติม โปรดติดต่อเจ้าของเว็บไซต์
แพทย์โรงพยาบาลนมะรักษ์
bottom of page