top of page

TNBC คืออะไร? มะเร็งเต้านมชนิด Triple Negative รักษาอย่างไร

  • ป้าหมอนุช
  • 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 5 นาที

TNBC ย่อมาจาก Triple Negative Breast Cancer หรือมะเร็งเต้านมชนิด "สามลบ" — เป็นมะเร็งเต้านมที่ไม่มีตัวรับฮอร์โมน Estrogen Receptor (ER), Progesterone Receptor (PR) และไม่มีการแสดงออกของ HER2 protein พบประมาณ 15-20% ของมะเร็งเต้านมทั้งหมด มีลักษณะ aggressive โต/แบ่งตัวเร็ว และมีโอกาสกลับเป็นซ้ำสูงในช่วง 3 ปีแรก การรักษาหลักคือเคมีบำบัดร่วมกับภูมิคุ้มกันบำบัด (Pembrolizumab/Keytruda ตาม KEYNOTE-522 protocol) ก่อนผ่าตัด ตามด้วยการผ่าตัด การฉายแสง และยา PARP Inhibitor ในผู้ป่วยที่มี BRCA mutation — ที่โรงพยาบาลนมะรักษ์มีทีม multidisciplinary และเทคโนโลยีครบครันสำหรับการรักษา TNBC

TNBC คืออะไร

TNBC (Triple Negative Breast Cancer) คือมะเร็งเต้านมที่ตรวจไม่พบ 3 ตัวรับสำคัญ ที่ใช้ในการแบ่งกลุ่มมะเร็งเต้านม:

  • ER (Estrogen Receptor): Negative — เซลล์มะเร็งไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมนเอสโตรเจน

  • PR (Progesterone Receptor): Negative — เซลล์มะเร็งไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน

  • HER2 (Human Epidermal Growth Factor Receptor 2): Negative — เซลล์ไม่ overexpress HER2 protein

เพราะไม่มีตัวรับเหล่านี้ TNBC จึงไม่ตอบสนองต่อยาฮอร์โมนบำบัด (Tamoxifen, Aromatase Inhibitor) และยามุ่งเป้า HER2 (Trastuzumab/Herceptin) — ต้องใช้การรักษาเฉพาะแบบที่แตกต่างจากมะเร็งเต้านมชนิดอื่น

ข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับ TNBC:

  • พบประมาณ 15-20% ของมะเร็งเต้านมทั้งหมด

  • Aggressive — เซลล์โต/แบ่งตัวเร็วกว่ามะเร็งเต้านมชนิดอื่น

  • มักพบในผู้ป่วยอายุน้อยกว่า 50 ปี (Premenopausal)

  • พบมากใน BRCA1 Mutation Carriers — สูงถึง 70-80% ของผู้ที่มี BRCA1

  • Recurrence Rate สูงสุดในช่วง 1-3 ปีแรกหลังการรักษา

  • ถ้าผ่านพ้น 5 ปีไปได้ Recurrence Rate ลดลงต่ำกว่ามะเร็งเต้านมชนิดอื่น

ใครเสี่ยงเป็น TNBC

กลุ่มผู้ป่วยที่มีความเสี่ยงเป็น TNBC สูงกว่ากลุ่มอื่น

  • ผู้หญิงอายุน้อยกว่า 50 ปี — TNBC พบในผู้ป่วย premenopausal บ่อยกว่า postmenopausal

  • ผู้ที่มี BRCA1 หรือ BRCA2 Mutation — โดยเฉพาะ BRCA1 — มีความเสี่ยงสูงเป็น TNBC

  • ผู้มีประวัติครอบครัวเป็นมะเร็งเต้านมหรือมะเร็งรังไข่ ในญาติสายตรง

  • เชื้อชาติบางกลุ่ม — ผู้หญิงเชื้อสายแอฟริกันและฮิสแปนิกพบ TNBC ในอัตราสูงกว่ากลุ่มอื่น

  • ผู้ที่เคยตั้งครรภ์หลายครั้ง หรือมีบุตรในวัยอายุน้อย

TNBC เทียบกับมะเร็งเต้านมชนิดอื่น

มะเร็งเต้านมแบ่งเป็น molecular subtype หลักๆ ตาม biomarker ที่ตรวจพบ

  • Luminal A (HR+/HER2-, Low Ki-67): พบ ~40-50% — โตช้า ตอบสนองฮอร์โมนบำบัดดี Prognosis ดีที่สุด

  • Luminal B (HR+/HER2-/+, High Ki-67): พบ ~20-30% — โตเร็วกว่า Luminal A อาจต้องเคมีบำบัด

  • HER2-Enriched (HR-/HER2+): พบ ~10-15% — ใช้ Trastuzumab/Herceptin + เคมีบำบัด ผลการรักษาดีขึ้นมาก

  • Triple Negative (ER-/PR-/HER2-): พบ ~15-20% — Aggressive แต่ตอบสนองเคมีบำบัด + Immunotherapy ดี

การวินิจฉัย TNBC

การยืนยันว่าเป็น TNBC ต้องผ่านการตรวจชิ้นเนื้อและการตรวจ biomarker ที่เฉพาะเจาะจง

  • Core Needle Biopsy: ตัดชิ้นเนื้อด้วยเข็มเพื่อยืนยันว่าเป็นมะเร็ง

  • Immunohistochemistry (IHC): ตรวจ ER, PR, HER2 — TNBC คือ ER < 1%, PR < 1%, HER2 0 หรือ 1+

  • FISH (Fluorescence In Situ Hybridization): ยืนยัน HER2 ในกรณี IHC 2+

  • Ki-67 Index: วัดความเร็วในการแบ่งตัวของเซลล์ — TNBC มักมี Ki-67 สูง (> 20%)

  • Genetic Testing (BRCA1/BRCA2): แนะนำใน TNBC ทุกราย โดยเฉพาะอายุน้อยกว่า 60 ปี

  • PD-L1 Testing: เพื่อพิจารณาการให้ Immunotherapy

การรักษา TNBC

การรักษา TNBC ต้องอาศัย multimodal approach ที่ผสมระหว่างเคมีบำบัด ภูมิคุ้มกันบำบัด การผ่าตัด การฉายแสง และยามุ่งเป้าในผู้ป่วยที่เหมาะสม

5.1 Neoadjuvant Chemotherapy + Pembrolizumab (KEYNOTE-522 Protocol)

สำหรับ TNBC ระยะ II-III ที่มีก้อนใหญ่หรือมีต่อมน้ำเหลืองโต การรักษาเริ่มต้นด้วย Neoadjuvant Therapy (การรักษาก่อนผ่าตัด) เพื่อลดขนาดก้อน เพิ่มโอกาสผ่าตัดสงวนเต้านม และประเมินการตอบสนองของเซลล์มะเร็ง

KEYNOTE-522 Trial (Schmid et al., NEJM 2020):

Randomized Phase III Trial ในผู้ป่วย TNBC ระยะ II-III 1,174 ราย เปรียบเทียบ Pembrolizumab + Chemotherapy กับ Chemotherapy เดี่ยวๆ เป็น Neoadjuvant

  • Pathologic Complete Response (pCR): Pembro + Chemo 64.8% vs Chemo เดี่ยว 51.2%

  • Event-Free Survival ที่ 5 ปี: Pembro + Chemo 81.3% vs Chemo เดี่ยว 72.3%

  • ลดความเสี่ยงในการกลับเป็นซ้ำหรือเสียชีวิต 37%

Regimen มาตรฐาน (KEYNOTE-522):

  • Cycle 1-4: Pembrolizumab + Carboplatin + Paclitaxel (ทุก 3 สัปดาห์)

  • Cycle 5-8: Pembrolizumab + Doxorubicin/Epirubicin + Cyclophosphamide (AC/EC)

  • หลังผ่าตัด: Adjuvant Pembrolizumab ต่ออีก 9 รอบ (รวมระยะเวลารักษา ~1 ปี)

5.2 Surgery — Lumpectomy หรือ Mastectomy

หลังจาก Neoadjuvant Therapy ผู้ป่วยจะได้รับการผ่าตัดเพื่อกำจัดเซลล์มะเร็งที่เหลืออยู่ — ทางเลือกขึ้นกับการตอบสนองของก้อนและขนาดเต้านม

  • Lumpectomy — ถ้าก้อนหดลงพอเหมาะ การทำผ่าตัดสงวนเต้านมเป็นทางเลือกที่ดี

  • Mastectomy — ถ้าก้อนยังใหญ่ หรือมีลักษณะ Multifocal

  • TAD (Targeted Axillary Dissection) — สำหรับผู้ป่วยที่เริ่มแรกมีต่อมน้ำเหลืองโต ใช้ Scout Radar marking ก่อน chemo

  • Sentinel Lymph Node Biopsy — สำหรับ clinically node-negative

5.3 Radiation Therapy

หลังผ่าตัด ผู้ป่วยมักได้รับการฉายแสงโดยเฉพาะหลัง Lumpectomy เพื่อลดความเสี่ยงในการกลับเป็นซ้ำ ที่นมะรักษ์มี IORT (Intrabeam) เป็นทางเลือกในผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์

5.4 PARP Inhibitor (สำหรับ BRCA Mutation)

ผู้ป่วย TNBC ที่มี BRCA1 หรือ BRCA2 mutation สามารถใช้ PARP Inhibitor (Olaparib หรือ Talazoparib) เป็น Adjuvant Therapy หลังผ่าตัด — OlympiA Trial แสดงว่า Olaparib 1 ปีลด invasive Disease-Free Survival ที่ 4 ปี จาก 80.4% เพิ่มเป็น 86.1% ในผู้ป่วย BRCA+ HER2- Early Breast Cancer

5.5 Metastatic TNBC — ทางเลือกใหม่

สำหรับ TNBC ที่กระจายไปยังอวัยวะอื่น (Metastatic) มีทางเลือกการรักษาใหม่ๆ ที่พัฒนาขึ้นเรื่อยๆ

  • Sacituzumab govitecan (Trodelvy): Antibody-Drug Conjugate ที่เป้าหมาย Trop-2 — ASCENT Trial: ขยาย Overall Survival จาก 6.7 เป็น 11.8 เดือนในผู้ป่วย Metastatic TNBC ที่เคยรับเคมีบำบัดมาแล้ว

  • Pembrolizumab + Chemotherapy: สำหรับ Metastatic TNBC ที่ PD-L1 positive (CPS ≥ 10) — KEYNOTE-355 Trial

  • PARP Inhibitors: Olaparib หรือ Talazoparib ใน BRCA mutation carriers

  • Antibody-Drug Conjugates (ADC) ใหม่ๆ: Datopotamab deruxtecan, Trastuzumab deruxtecan (สำหรับ HER2-low TNBC)

Pathologic Complete Response (pCR) — ตัวพยากรณ์ที่สำคัญ

Pathologic Complete Response (pCR) คือการที่ไม่พบเซลล์มะเร็งหลงเหลือในชิ้นเนื้อหลังการรักษา Neoadjuvant — เป็นตัวพยากรณ์สำคัญใน TNBC

  • ผู้ป่วย TNBC ที่ได้ pCR หลัง neoadjuvant therapy มี Long-term Survival ดีกว่าผู้ป่วยที่ไม่ได้ pCR อย่างมีนัยสำคัญ

  • KEYNOTE-522 protocol เพิ่ม pCR rate จาก 51.2% เป็น 64.8%

  • ผู้ป่วยที่ไม่ได้ pCR — Capecitabine adjuvant อาจช่วยลดความเสี่ยง recurrence (CREATE-X trial)

การติดตามและ Recurrence Risk

TNBC มี recurrence pattern ที่แตกต่างจากมะเร็งเต้านมชนิดอื่น

  • Recurrence Rate สูงสุด: ปีที่ 1-3 หลังการรักษา — peak ที่ปีที่ 2-3

  • หลังพ้น 5 ปี: Recurrence Rate ของ TNBC ลดลงต่ำกว่า HR+ Breast Cancer

  • การติดตาม: ตรวจร่างกาย + Mammogram ทุก 6 เดือนใน 2-3 ปีแรก จากนั้นทุก 12 เดือน

  • Imaging อื่นๆ: Ultrasound, MRI ตามดุลยพินิจของแพทย์

  • Circulating Tumor DNA (ctDNA): เทคโนโลยีใหม่ที่อาจช่วยตรวจ minimal residual disease ใน TNBC

ทำไมต้องเลือกรักษา TNBC ที่นมะรักษ์

  • ทีม Multidisciplinary ครบครัน — ศัลยแพทย์เต้านม 5 ท่าน + อายุรแพทย์มะเร็งวิทยา + รังสีแพทย์

  • KEYNOTE-522 Protocol — Neoadjuvant Chemo + Immunotherapy (Pembrolizumab) ตามมาตรฐานสากล

  • Intraoperative Specimen Radiography — เพิ่มความแม่นยำในการตัดก้อนที่หดเล็กลงหลัง neoadjuvant

  • Scout Radar Localization + TAD — สำหรับ marking ก้อนเดิมและต่อมน้ำเหลือง ก่อน neoadjuvant

  • BRCA Genetic Testing — แนะนำใน TNBC ทุกราย เพื่อพิจารณา PARP Inhibitor + Prophylactic Surgery

  • IORT (Intrabeam) — ในผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์หลังผ่าตัด

  • Patient Journey Coordinator — ดูแลตลอดเส้นทางการรักษา

  • ปรัชญา "เหมือนมาเที่ยวบ้านเพื่อน" — High Tech, High Touch

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

TNBC อันตรายกว่ามะเร็งเต้านมชนิดอื่นไหม?

TNBC เป็นมะเร็งเต้านมที่ aggressive กว่ามะเร็งเต้านมชนิดอื่นโดยเฉลี่ย — โต/แบ่งตัวเร็ว และมีโอกาสกลับเป็นซ้ำสูงในช่วง 3 ปีแรก อย่างไรก็ตาม TNBC ตอบสนองต่อเคมีบำบัดและภูมิคุ้มกันบำบัดได้ดีมาก — ด้วย KEYNOTE-522 protocol ผู้ป่วยที่ได้ Pathologic Complete Response (pCR) มี long-term survival ที่ดีขึ้นอย่างชัดเจน และหลังพ้น 5 ปี โอกาสกลับเป็นซ้ำของ TNBC จะต่ำกว่ามะเร็งเต้านมชนิดอื่น

TNBC ใช้ฮอร์โมนบำบัดได้ไหม?

ไม่ได้ — เพราะ TNBC ไม่มีตัวรับ Estrogen (ER) และ Progesterone (PR) ยาฮอร์โมน เช่น Tamoxifen และ Aromatase Inhibitor จึงไม่มีประสิทธิภาพ การรักษาหลักของ TNBC คือเคมีบำบัด ภูมิคุ้มกันบำบัด และในผู้ป่วยที่มี BRCA mutation อาจใช้ PARP Inhibitor

KEYNOTE-522 Protocol คืออะไร?

KEYNOTE-522 คือ Phase III Clinical Trial ที่ตีพิมพ์ใน New England Journal of Medicine (2020) เปรียบเทียบการรักษา TNBC ระยะ II-III ด้วย Pembrolizumab (ภูมิคุ้มกันบำบัด) + Chemotherapy เทียบกับ Chemotherapy เดี่ยวๆ พบว่าการเพิ่ม Pembrolizumab เพิ่ม Pathologic Complete Response Rate จาก 51.2% เป็น 64.8% และเพิ่ม Event-Free Survival ที่ 5 ปี ปัจจุบันเป็นมาตรฐานการรักษา TNBC ระยะ II-III

TNBC ทุกคนต้องตรวจ BRCA ไหม?

แนะนำให้ตรวจ BRCA1/BRCA2 ในผู้ป่วย TNBC ทุกราย โดยเฉพาะอายุน้อยกว่า 60 ปี เพราะ TNBC มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับ BRCA mutation — ประมาณ 10-20% ของผู้ป่วย TNBC พบ BRCA mutation ผลการตรวจมีผลต่อทางเลือกการรักษา (PARP Inhibitor) การพิจารณา prophylactic surgery และการแนะนำสมาชิกครอบครัวในการตรวจคัดกรอง

TNBC ผ่าตัดสงวนเต้านมได้ไหม?

ได้ — โดยเฉพาะหลัง Neoadjuvant Chemotherapy ที่ก้อนหดเล็กลง — Lumpectomy + Radiation มี local control rate และ survival ใกล้เคียงกับ Mastectomy ในผู้ป่วย TNBC ที่เหมาะสม ทีมแพทย์จะประเมินขนาดก้อนหลัง chemo และวางแผนการผ่าตัดเป็นรายบุคคล ที่นมะรักษ์ใช้ Scout Radar marking ก่อน chemo เพื่อให้สามารถระบุตำแหน่งก้อนเดิมได้แม้ก้อนหดหายไปทั้งหมด

IORT ใช้กับ TNBC ได้ไหม?

ในกรณีที่จำกัด — IORT เหมาะกับ TNBC ระยะ early stage ที่ก้อนเล็ก single focus และ node-negative ในกลุ่ม TNBC ส่วนใหญ่ที่มาด้วย locally advanced disease ที่ต้องการ neoadjuvant therapy การฉายแสงปกติ (Whole Breast Radiation) ยังคงเป็นมาตรฐาน ทีมแพทย์ของเราจะประเมินความเหมาะสมเป็นรายบุคคลตามเกณฑ์ TARGIT-A protocol

TNBC กลับมาเป็นซ้ำได้ไหม?

ได้ — TNBC มี recurrence rate สูงสุดในช่วง 1-3 ปีแรกหลังการรักษา (peak ที่ปีที่ 2-3) อย่างไรก็ตาม ถ้าผ่านพ้น 5 ปีไปได้ recurrence rate จะลดลงต่ำกว่ามะเร็งเต้านมชนิดอื่น การติดตามอย่างใกล้ชิดในช่วง 3 ปีแรกจึงสำคัญมาก ที่นมะรักษ์เราใช้ตรวจร่างกาย Mammogram และ imaging อื่นๆ ตามดุลยพินิจของทีมแพทย์

TNBC ในผู้หญิงอายุน้อย ต้องเก็บไข่ไหม?

แนะนำให้ปรึกษาเรื่อง Fertility Preservation ก่อนเริ่มเคมีบำบัด — โดยเฉพาะผู้ป่วยอายุน้อยกว่า 40 ปีที่ยังต้องการมีบุตร เคมีบำบัดสำหรับ TNBC (เช่น Cyclophosphamide) อาจส่งผลต่อรังไข่และทำให้หมดประจำเดือนเร็ว ทีมแพทย์สามารถส่งต่อปรึกษาเรื่อง egg freezing หรือ ovarian suppression (GnRH agonist) ระหว่างเคมีบำบัดได้

เกี่ยวกับโรงพยาบาลนมะรักษ์

โรงพยาบาลนมะรักษ์เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางโรคเต้านมและมะเร็งเต้านม ตั้งอยู่บนถนนเพชรบุรีตัดใหม่ กรุงเทพฯ ภายใต้ปรัชญา "เหมือนมาเที่ยวบ้านเพื่อน" — High Tech, High Touch ที่ผสานเทคโนโลยีระดับสากลกับการดูแลด้วยความเข้าใจ

หากต้องการ ปรึกษาเรื่อง TNBC หรือ ขอ Second Opinion ติดต่อได้ที่:

หมายเหตุ: ข้อมูลนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล แนวทางการรักษาที่เหมาะสมขึ้นกับลักษณะของโรค ระยะของโรค และสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสำหรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม

แหล่งอ้างอิง

  • NCCN Clinical Practice Guidelines — Breast Cancer (Version 2.2025)

  • Schmid P, et al. KEYNOTE-522 — Pembrolizumab for Early Triple-Negative Breast Cancer. NEJM 2020;382:810-821

  • Tutt ANJ, et al. OlympiA Trial — Adjuvant Olaparib for BRCA-mutated Breast Cancer. NEJM 2021;384:2394-2405

  • Bardia A, et al. ASCENT Trial — Sacituzumab govitecan for Metastatic TNBC. NEJM 2021;384:1529-1541

  • Cortes J, et al. KEYNOTE-355 — Pembrolizumab + Chemotherapy for Metastatic TNBC. Lancet 2020

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
คลำเจอก้อนที่เต้านม เป็นมะเร็งไหม? — Self-Check Guide โดยแพทย์เฉพาะทาง

คลำเจอก้อนที่เต้านม เป็นมะเร็งไหม? 80-90% ของก้อนเต้านมไม่ใช่มะเร็ง · ลักษณะก้อน 9 สัญญาณน่าสงสัย · Self-Assessment Checklist · Triple Assessment + BI-RADS โดย รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน (TBS President)

 
 
 

ความคิดเห็น


แพทย์โรงพยาบาลนมะรักษ์
bottom of page