top of page

คลำเจอก้อนที่เต้านม เป็นมะเร็งไหม? — Self-Check Guide โดยแพทย์เฉพาะทาง

  • ป้าหมอนุช
  • 7 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 5 นาที

เมื่อคลำเจอก้อนที่เต้านม สิ่งสำคัญที่สุดคือ ห้ามตกใจ แต่ก็ห้ามรีรอ — ประมาณ 80-90% ของก้อนเต้านมไม่ใช่มะเร็ง อาจเป็น Fibroadenoma, Cyst, หรือการเปลี่ยนแปลงตามฮอร์โมน อย่างไรก็ตามไม่สามารถวินิจฉัยได้จากการคลำเพียงอย่างเดียว ก้อนทุกก้อนต้องได้รับการประเมินโดยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้วยกระบวนการ Triple Assessment (Physical Exam + Imaging + Biopsy) — ก้อนที่น่าสงสัย ได้แก่ ก้อนแข็ง ขอบไม่เรียบ ติดผิวหรือกล้ามเนื้อ ขยายขนาดเร็ว มีรอยบุ๋ม น้ำเหลือง/เลือดจากหัวนม หรือต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้โต ควรพบแพทย์เฉพาะทางเต้านมโดยเร็ว

ก้อนที่เต้านมพบบ่อยแค่ไหน

ก้อนที่เต้านมเป็นปัญหาที่พบบ่อยมากในผู้หญิงทุกช่วงอายุ — สถิติจาก American Cancer Society รายงานว่าผู้หญิงประมาณ 50% จะพบก้อนหรือการเปลี่ยนแปลงของเต้านมในช่วงชีวิต และส่วนใหญ่ไม่ใช่มะเร็ง

ข้อมูลสำคัญที่ผู้หญิงควรรู้:

  • ก้อนเต้านม 80-90% ไม่ใช่มะเร็ง — ส่วนใหญ่เป็น Fibroadenoma, Cyst หรือ Fibrocystic Changes

  • ผู้หญิงไทย 1 ใน 16 คน มีโอกาสเป็นมะเร็งเต้านมในช่วงชีวิต (สถาบันมะเร็งแห่งชาติ)

  • การตรวจพบเร็ว มีอัตราการรอดชีวิต 5 ปี > 95% สำหรับมะเร็งเต้านมระยะแรก

  • ก้อนในผู้หญิงวัย < 30 ปี ส่วนใหญ่เป็น Fibroadenoma — แต่ไม่ใช่ทั้งหมด

  • ก้อนในผู้หญิงวัย > 50 ปี ต้องตรวจอย่างละเอียดมากขึ้นเพราะความเสี่ยงมะเร็งสูงกว่า

ลักษณะก้อนที่ "ไม่น่าสงสัย" (Likely Benign)

ก้อนเต้านมที่มีลักษณะต่อไปนี้มักไม่ใช่มะเร็ง แต่ยังคงต้องได้รับการตรวจยืนยันโดยแพทย์

  • ขอบเรียบเป็นวงกลม/รูปไข่ — Well-circumscribed margins

  • ขยับได้ง่าย (Mobile) — ไม่ติดผิว ไม่ติดกล้ามเนื้อ

  • ผิวเรียบ นุ่ม หรือยืดหยุ่น — เหมือนยางลบ ไม่แข็งเป็นหิน

  • ขนาดคงที่หรือเปลี่ยนตามรอบเดือน

  • อาจเจ็บเล็กน้อย — โดยเฉพาะก่อนหรือระหว่างมีประจำเดือน

  • อาจมีก้อนหลายก้อนทั้ง 2 ข้าง — เป็นแบบ Fibrocystic

ลักษณะก้อนที่ "น่าสงสัย" (Suspicious) — 9 Warning Signs

ก้อนเต้านมที่มีลักษณะต่อไปนี้มีโอกาสเป็นมะเร็งสูงขึ้น ควรรีบพบแพทย์โดยเร็ว

1. ก้อนแข็งเป็นหิน (Hard, Rock-like)

ก้อนมะเร็งมักมีความแข็งคล้ายหินมากกว่าก้อน Benign — เนื่องจาก desmoplastic reaction ที่เซลล์มะเร็งกระตุ้นการสร้าง stromal fibrosis

2. ขอบไม่เรียบ/หยัก (Irregular, Spiculated Margins)

ก้อนมะเร็งมักมีขอบไม่ชัด เหมือนหนามแหลม (spiculation) แตกต่างจาก Fibroadenoma ที่มีขอบเรียบเป็นวงกลม

3. ขยับไม่ได้ (Fixed) — ติดผิวหรือกล้ามเนื้อ

ก้อนที่ติดผิวหรือกล้ามเนื้อใต้เต้านม (ทดสอบโดยให้ผู้ป่วยเกร็งกล้ามเนื้ออก) บ่งชี้ว่ามะเร็งอาจลุกลามเข้าโครงสร้างข้างเคียง

4. ขยายขนาดเร็ว

ก้อนที่โตเร็วภายในเวลาเป็นสัปดาห์ถึงเดือน ต่างจากก้อน Benign ที่มักโตช้าหรือคงที่

5. ผิวเต้านมเปลี่ยนแปลง

  • รอยบุ๋ม (Skin Dimpling)

  • ผิวคล้ายเปลือกส้ม (Peau d'orange) — สัญญาณ Inflammatory Breast Cancer

  • ผิวเต้านมแดง อักเสบ

  • ผิวหนาขึ้นผิดปกติ

6. หัวนมเปลี่ยนแปลง

  • หัวนมบุ๋มเข้าใน (Nipple Inversion) ที่เพิ่งเกิด

  • หัวนมเฉียงไปข้างเดียว

  • ผื่น/แผลที่หัวนม — อาจเป็น Paget's Disease

  • น้ำเหลือง/เลือดออกจากหัวนม โดยเฉพาะข้างเดียว

7. ต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้โต

ต่อมน้ำเหลืองรักแร้ (Axillary Lymph Nodes) ที่คลำได้ แข็ง หรือติดผิว/กล้ามเนื้อ บ่งชี้การลุกลามของมะเร็งไปยังต่อมน้ำเหลือง

8. ก้อนข้างเดียวเท่านั้น

ก้อน Benign มักพบทั้ง 2 ข้าง (เช่น Fibrocystic) ในขณะที่ก้อนมะเร็งมักพบข้างเดียวและตำแหน่งคงที่

9. ไม่เจ็บ (Painless)

น่าแปลกใจที่ก้อนมะเร็งเต้านมส่วนใหญ่ไม่เจ็บ — ในขณะที่ก้อน Benign เช่น Cyst หรือ Fibroadenoma อาจเจ็บได้ — ดังนั้นการที่ก้อนไม่เจ็บไม่ได้แปลว่าปลอดภัย

สาเหตุของก้อนเต้านมที่ไม่ใช่มะเร็ง

Fibroadenoma — เนื้องอกไม่ร้าย

พบบ่อยที่สุดในผู้หญิงวัย 15-35 ปี · ก้อนแข็งเรียบ ขยับได้ง่าย · ขนาด 1-3 ซม. · ไม่ใช่มะเร็ง · บางครั้งเล็กลงเองหลังหมดประจำเดือน · ส่วนใหญ่ไม่ต้องผ่าตัด ยกเว้นโตเร็วหรือผู้ป่วยกังวล

Cyst — ถุงน้ำ

พบบ่อยในผู้หญิงวัย 35-50 ปี · เป็นถุงน้ำในเต้านม · นุ่มหรือยืดหยุ่น · เปลี่ยนขนาดตามรอบเดือน · วินิจฉัยด้วย Ultrasound · ถ้าใหญ่เกิน 3 ซม. อาจดูดน้ำออก (Aspiration)

Fibrocystic Changes — การเปลี่ยนแปลงตามฮอร์โมน

พบใน 50% ของผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ · มีก้อนหลายก้อนทั้ง 2 ข้าง · เจ็บเต้านมก่อนประจำเดือน · ไม่ใช่โรค แต่เป็นการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ

Mastitis — เต้านมอักเสบ

พบบ่อยในผู้หญิงให้นมบุตร · เต้านมแดง บวม ร้อน เจ็บ · มีไข้ · ต้องการการรักษาด้วยยาปฏิชีวนะ · ⚠️ ระวัง: ถ้าไม่ดีขึ้นใน 1-2 สัปดาห์ ต้องตรวจเพื่อแยกจาก Inflammatory Breast Cancer

Fat Necrosis — เนื้อเยื่อไขมันตายเฉพาะที่

เกิดจากการบาดเจ็บ ผ่าตัด หรือฉายแสง · ก้อนแข็งคล้ายมะเร็งบน mammogram · ต้องการ Biopsy เพื่อแยกจากมะเร็ง

Phyllodes Tumor — เนื้องอกพิเศษ

พบบ่อยในผู้หญิงวัย 40-50 ปี · ก้อนแข็ง โตเร็ว · 85% เป็น Benign แต่ 15% อาจเป็น Malignant · ต้องผ่าตัดทุกราย

Intraductal Papilloma

ก้อนเล็กในท่อน้ำนม · มักทำให้มีน้ำเหลือง/เลือดออกจากหัวนม · มี risk เล็กน้อยของการพัฒนาเป็น DCIS · ต้องตัดออก

Self-Assessment Checklist — ตรวจเองได้ใน 3 นาที

เครื่องมือนี้ช่วยให้อาจารย์ประเมินความเสี่ยงเบื้องต้น แต่ไม่สามารถทดแทนการตรวจจากแพทย์ได้

ลักษณะก้อน — ติ๊ก ✅ ทุกข้อที่ตรงกับสภาพของคุณ:

  • ☐ ก้อนแข็งเป็นหิน (ไม่นุ่ม ไม่ยืดหยุ่น)

  • ☐ ขอบไม่เรียบ หยัก ไม่ชัดเจน

  • ☐ ขยับไม่ได้ ติดผิวหรือกล้ามเนื้อ

  • ☐ ขยายขนาดเร็วในช่วง 1-3 เดือนที่ผ่านมา

  • ☐ พบข้างเดียวเท่านั้น

  • ☐ ไม่เจ็บ

  • ☐ ขนาดใหญ่กว่า 2 ซม.

อาการร่วม — ติ๊ก ✅ ทุกข้อที่มี:

  • ☐ ผิวเต้านมเปลี่ยนแปลง (รอยบุ๋ม เปลือกส้ม แดง)

  • ☐ หัวนมบุ๋มเข้าใน เพิ่งเกิดขึ้น

  • ☐ มีน้ำเหลือง/เลือดออกจากหัวนม

  • ☐ คลำได้ต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้

  • ☐ มีประวัติครอบครัวมะเร็งเต้านม/รังไข่

  • ☐ อายุ > 40 ปี

  • ☐ ไม่เคยตรวจคัดกรอง mammogram

ตีความผลคะแนน:

  • 0-2 ข้อ: ความเสี่ยงต่ำ — แต่ยังควรพบแพทย์ตรวจยืนยัน

  • 3-5 ข้อ: ความเสี่ยงปานกลาง — ควรพบแพทย์ภายใน 1-2 สัปดาห์

  • 6+ ข้อ: ความเสี่ยงสูง — ควรพบแพทย์เฉพาะทางเต้านมโดยเร็วที่สุด

⚠️ ข้อสำคัญ: Checklist นี้เป็นเครื่องมือคัดกรองเบื้องต้น ไม่สามารถแทนการวินิจฉัยทางการแพทย์ — แม้คะแนนต่ำก็ควรพบแพทย์เพื่อยืนยันด้วย Triple Assessment

การวินิจฉัย — Triple Assessment Standard

มาตรฐานสากลของการประเมินก้อนเต้านม คือ Triple Assessment — การประเมิน 3 ส่วนพร้อมกันเพื่อความแม่นยำสูงสุด (Sensitivity > 99%)

1. Clinical Examination (การตรวจร่างกายโดยแพทย์)

  • ดูและคลำเต้านมทั้งสองข้างในท่านั่งและท่านอน

  • ตรวจหัวนม — รอยบุ๋ม แผล ผื่น น้ำเหลือง

  • ตรวจต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ และไหปลาร้า

  • ประเมินขนาด ตำแหน่ง ลักษณะของก้อน

  • ประเมิน Family history และ Risk factors

2. Imaging (การตรวจภาพ)

Mammogram — มาตรฐานทอง (Gold Standard)

ใช้ในผู้หญิงอายุ ≥ 40 ปี · ที่นมะรักษ์ใช้ Hologic 3D Mammography + Genius AI Detection — ความไวสูง 94% · ตรวจหา Microcalcifications ที่อาจเป็นสัญญาณ DCIS

Ultrasound (US) — เครื่องมือเสริม

ใช้ในผู้หญิงอายุ < 40 ปี ที่เนื้อเต้านมหนาแน่น · แยก Solid Mass จาก Cyst ได้ชัดเจน · ใช้ guide การทำ Biopsy

MRI — กรณีพิเศษ

ใช้ใน High-risk patients (BRCA carriers) · ก้อนที่ Imaging ปกติแต่ Clinical suspicious · ประเมิน extent ของโรค

3. Biopsy (การเจาะชิ้นเนื้อตรวจ)

เป็นขั้นตอนเดียวที่ยืนยันได้ว่าเป็นมะเร็งหรือไม่

  • Core Needle Biopsy (CNB) — มาตรฐาน · ใช้เข็มขนาด 14G · นำด้วย Ultrasound หรือ Mammogram · ไม่ต้องผ่าตัด

  • Vacuum-Assisted Biopsy (VAB) — ใช้สำหรับ Microcalcifications หรือก้อนเล็ก

  • Excisional Biopsy — ผ่าตัดเอาก้อนออกหมด · ใช้ในกรณีที่ Core needle ไม่สามารถ access ได้

  • FNA (Fine Needle Aspiration) — ใช้น้อยลงในปัจจุบัน · ใช้เฉพาะ Cyst aspiration

BI-RADS — ภาษาสากลของการประเมินก้อนเต้านม

BI-RADS (Breast Imaging Reporting and Data System) โดย American College of Radiology เป็นระบบมาตรฐานในการรายงานผล Imaging

  • BI-RADS 0: ต้องการการตรวจเพิ่มเติม — ภาพไม่ชัดเจน

  • BI-RADS 1: ปกติ (Negative) — ความเสี่ยงมะเร็ง 0%

  • BI-RADS 2: Benign แน่นอน — ความเสี่ยงมะเร็ง 0%

  • BI-RADS 3: น่าจะ Benign (Probably benign) — ความเสี่ยงมะเร็ง < 2% · นัดติดตาม 6 เดือน

  • BI-RADS 4: น่าสงสัย (Suspicious) — ความเสี่ยงมะเร็ง 2-95% · ต้องทำ Biopsy

  • BI-RADS 4A: Low suspicion (2-10%)

  • BI-RADS 4B: Moderate suspicion (10-50%)

  • BI-RADS 4C: High suspicion (50-95%)

  • BI-RADS 5: เกือบแน่นอนว่าเป็นมะเร็ง — ความเสี่ยง > 95% · ต้องทำ Biopsy

  • BI-RADS 6: ยืนยันมะเร็งแล้วจาก Biopsy

เมื่อไหร่ต้องรีบไปหาหมอ (Red Flags)

ภายใน 1 สัปดาห์:

  • ก้อนที่มีลักษณะน่าสงสัย (แข็ง ขอบไม่เรียบ ขยับไม่ได้)

  • ก้อนที่ขยายขนาดเร็ว

  • น้ำเหลือง/เลือดออกจากหัวนม (โดยเฉพาะข้างเดียว)

  • หัวนมบุ๋มเข้าใน ผิวเต้านมเปลี่ยนแปลง

ภายใน 24-48 ชั่วโมง (Urgent):

  • เต้านมแดง บวม เปลือกส้ม โดยเฉพาะถ้าไม่ได้ให้นมบุตร — อาจเป็น Inflammatory Breast Cancer

  • ผื่น/แผลที่หัวนมที่ไม่หายภายใน 2 สัปดาห์ — อาจเป็น Paget's Disease

  • ก้อนที่รักแร้แข็ง โต ติดผิว/กล้ามเนื้อ

  • น้ำเหลืองเป็นเลือดสด

การตรวจเต้านมด้วยตัวเอง (BSE) — วิธีถูกต้อง

แนะนำให้ทำเดือนละ 1 ครั้ง · ในผู้หญิงวัยเจริญพันธุ์ ให้ทำ 7-10 วันหลังประจำเดือนหมด (เพราะเต้านมจะนุ่มที่สุด) · ในผู้หญิงวัยหมดประจำเดือน ให้เลือกวันเดียวกันของทุกเดือน

ขั้นตอนที่ 1: การดู (Inspection)

ยืนหน้ากระจกกับมือชิดข้างลำตัว แล้วยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ สังเกตทั้ง 2 ท่า

  • ขนาดและรูปร่างของเต้านม 2 ข้างเท่ากันไหม

  • ผิวเต้านมเรียบไหม มีรอยบุ๋ม เปลือกส้ม รอยแดงไหม

  • หัวนมอยู่ในตำแหน่งปกติไหม มีรอยบุ๋มหรือเฉียงเอียงไหม

  • มีน้ำเหลือง/เลือดที่หัวนมไหม

ขั้นตอนที่ 2: การคลำในท่ายืน (Palpation Standing)

ใช้มือซ้ายตรวจเต้านมขวา และมือขวาตรวจเต้านมซ้าย · ใช้ปลายนิ้วชี้ กลาง และนาง 3 นิ้ว · กดด้วยแรง 3 ระดับ — เบา กลาง หนัก

ขั้นตอนที่ 3: การคลำในท่านอน (Palpation Supine)

นอนหงาย วางหมอนใต้ไหล่ข้างที่จะตรวจ · ยกแขนข้างนั้นขึ้นเหนือศีรษะ · ใช้นิ้ว 3 นิ้วคลำเต้านมแบบหมุนวง (Circular motion) ครอบคลุมตั้งแต่ไหปลาร้า ถึงใต้เต้านม และจากกระดูกอกถึงรักแร้

ขั้นตอนที่ 4: ตรวจรักแร้

คลำต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ทั้ง 2 ข้าง · ผ่อนคลายแขนข้างที่ตรวจ · ใช้มืออีกข้างคลำ

💡 เคล็ดลับ: การตรวจ BSE ช่วยให้คุ้นเคยกับเต้านมตัวเอง ทำให้สังเกตการเปลี่ยนแปลงได้เร็วขึ้น — แต่ BSE เพียงอย่างเดียวไม่พอ ต้องตรวจ Mammogram ตามวัย

การตรวจวินิจฉัยก้อนเต้านมที่โรงพยาบาลนมะรักษ์

ในฐานะโรงพยาบาลเฉพาะทางโรคเต้านม เรามีกระบวนการประเมินก้อนเต้านมที่ครบครันภายใต้หลังคาเดียว

Triple Assessment ในวันเดียว

  • Clinical Examination โดยศัลยแพทย์เต้านม 5 ท่าน — ทีม Fellowship-trained

  • Hologic 3D Mammography + Genius AI Detection — ความไว 94% (MGH 2025: 32% missed cancers ตรวจพบโดย AI)

  • Ultrasound — ทีมรังสีแพทย์เฉพาะทางเต้านม

  • Core Needle Biopsy ในวันเดียวกัน — ผลรู้ใน 2-3 วัน

  • Multidisciplinary Tumor Board — ทบทวนเคสที่ซับซ้อนโดยทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ

ปรัชญา High Tech, High Touch

ที่โรงพยาบาลนมะรักษ์ เราเชื่อมั่นในปรัชญา "เหมือนมาเที่ยวบ้านเพื่อน" — เทคโนโลยีระดับสากลผสานกับการดูแลด้วยความเข้าใจ ทีม Patient Journey Coordinator จะดูแลและให้คำปรึกษาตลอดกระบวนการ ลดความกังวลและช่วยให้การประเมินก้อนเต้านมเป็นประสบการณ์ที่อบอุ่น

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ก้อนเล็กๆ ขนาด 1 ซม. ต้องรีบไปหาหมอไหม?

ขนาดก้อนไม่ใช่ปัจจัยเดียวที่บ่งบอกว่าเป็นมะเร็งหรือไม่ — ก้อน 1 ซม. ที่มีลักษณะน่าสงสัย (แข็ง ขอบไม่เรียบ) อันตรายกว่าก้อน 3 ซม. ที่นุ่มและขยับได้ ก้อนทุกก้อนที่คลำพบใหม่ ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์ภายใน 1-2 สัปดาห์ — ยิ่งตรวจเร็ว ยิ่งรักษาได้ผลดี

ก้อนเจ็บ แปลว่าไม่เป็นมะเร็งใช่ไหม?

ไม่จริง — แม้ว่าก้อนมะเร็งส่วนใหญ่จะไม่เจ็บ แต่มะเร็งบางชนิด เช่น Inflammatory Breast Cancer ก็เจ็บได้ การที่ก้อนเจ็บไม่ได้แปลว่าปลอดภัย เช่นเดียวกันกับการที่ก้อนไม่เจ็บก็ไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็ง — ต้องตรวจด้วย Triple Assessment เท่านั้นจึงจะวินิจฉัยได้แม่นยำ

ตรวจมะเร็งเต้านมที่ไหนดี?

ควรเลือกโรงพยาบาลที่มีทีมแพทย์เฉพาะทางเต้านม + เทคโนโลยี Hologic 3D Mammography + AI + ความสามารถในการทำ Core Needle Biopsy + Multidisciplinary tumor board สำหรับเคสที่ซับซ้อน — โรงพยาบาลเฉพาะทางเต้านม เช่น โรงพยาบาลนมะรักษ์ มี case volume สูงและ outcomes ดีกว่าโรงพยาบาลทั่วไป (re-excision rate 8-12% เทียบกับ 25-35%)

อายุน้อย (< 25 ปี) ก็เป็นมะเร็งเต้านมได้ไหม?

ได้ แต่พบน้อย — มะเร็งเต้านมในอายุ < 25 ปี พบเพียง 0.4% ของผู้ป่วยมะเร็งเต้านมทั้งหมด ก้อนในวัยนี้ส่วนใหญ่เป็น Fibroadenoma แต่ถ้ามีประวัติครอบครัวมะเร็งเต้านม/รังไข่ (โดยเฉพาะ BRCA1/2 mutations) ก็ควรตรวจอย่างจริงจัง

ตรวจ Mammogram เจ็บไหม?

อาจเจ็บเล็กน้อยถึงปานกลางในระหว่างการกดเต้านม (compression) — ใช้เวลาเพียง 10-20 วินาทีต่อภาพ การกดเต้านมจำเป็นเพื่อให้ภาพชัด ลด radiation dose และตรวจจับความผิดปกติได้ดีขึ้น — ระยะเวลาทั้งหมดประมาณ 15-30 นาที

ถ้า Mammogram ปกติ แต่ยังคลำเจอก้อน ต้องทำอย่างไร?

ก้อนที่คลำได้แต่ Mammogram ปกติ ยังต้องทำ Ultrasound เพิ่ม โดยเฉพาะในผู้หญิงเนื้อเต้านมหนาแน่น (Dense Breast) ที่ Mammogram อาจมองไม่เห็น — ถ้า Imaging ปกติทั้งหมดแต่แพทย์ยังสงสัย อาจต้องทำ MRI หรือ Biopsy เพื่อยืนยัน Triple Assessment เน้นความครบถ้วน ไม่ใช่ตรวจอย่างใดอย่างหนึ่ง

ฉันมีก้อนแต่ไม่อยากผ่าตัด ทำได้ไหม?

ขึ้นกับผลการวินิจฉัย — ถ้า Biopsy ยืนยันว่าเป็น Fibroadenoma ขนาดเล็ก (< 2 ซม.) และผู้ป่วยไม่กังวล อาจติดตามแทนการผ่าตัดได้ ถ้าเป็น Cyst สามารถดูดน้ำออกได้โดยไม่ต้องผ่าตัด แต่ถ้าเป็นมะเร็งหรือก้อนสงสัย (BI-RADS 4-5) จำเป็นต้องผ่าตัดเพื่อรักษาและวินิจฉัยแน่นอน

ก้อนเต้านมที่เปลี่ยนขนาดตามรอบเดือนเป็นมะเร็งไหม?

ปกติแล้วก้อนที่เปลี่ยนขนาดตามรอบเดือน (โตขึ้นก่อนประจำเดือน และเล็กลงหลังประจำเดือนหมด) เป็นลักษณะของ Fibrocystic Changes หรือ Cyst ซึ่งไม่ใช่มะเร็ง — อย่างไรก็ตามไม่ควรวินิจฉัยตัวเองด้วยการสังเกตเพียงอย่างเดียว ก้อนทุกก้อนที่คลำพบใหม่ควรได้รับการตรวจโดยแพทย์ที่อย่างน้อย 1 ครั้งเพื่อยืนยัน

ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเต้านมที่โรงพยาบาลนมะรักษ์

หากคุณ คลำเจอก้อนที่เต้านม หรือ มีอาการที่น่ากังวลใจ ทีมแพทย์ของเราพร้อมประเมินด้วยกระบวนการ Triple Assessment ในวันเดียว ติดต่อได้ที่:

อ่านเพิ่มเติม

เกี่ยวกับผู้เรียบเรียง

รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน — ศัลยแพทย์เต้านม + Surgical Oncologist · ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการโรงพยาบาลนมะรักษ์ · นายกสมาคมโรคเต้านมแห่งประเทศไทย (Thai Breast Disease Society — TBS)

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยและคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ หากท่านมีอาการสงสัย ควรพบแพทย์เพื่อตรวจประเมินโดยตรง การคลำเจอก้อนที่เต้านมไม่ได้แปลว่าเป็นมะเร็งเสมอไป แต่ทุกก้อนต้องได้รับการประเมินโดยแพทย์เพื่อความปลอดภัย

แหล่งอ้างอิง

  • ACR BI-RADS Atlas 5th Edition — American College of Radiology

  • NCCN Clinical Practice Guidelines — Breast Cancer Screening and Diagnosis

  • ACS Breast Cancer Facts & Figures 2025-2026

  • ASBrS (American Society of Breast Surgeons) — Triple Assessment Guidelines

  • Thai Breast Disease Society (TBS) — Clinical Practice Guidelines

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
ESMO Breast 2026: ทิศทางใหม่การรักษามะเร็งเต้านม — สรุปประเด็นสำคัญ

สรุปประเด็นสำคัญจาก ESMO Breast 2026 — ทิศทางการรักษามะเร็งเต้านมยุคใหม่ที่เน้น precision oncology, ลดเคมีบำบัด, biomarker-guided therapy, ADCs, ctDNA และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดย รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน

 
 
 

ความคิดเห็น


แพทย์โรงพยาบาลนมะรักษ์
bottom of page