top of page

หัวนมเปลี่ยน/บุ๋ม/หดเข้า — เกิดอะไรขึ้น? Visual Guide

  • ป้าหมอนุช
  • 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา
  • ยาว 5 นาที

การเปลี่ยนแปลงของหัวนมแบ่งเป็น 2 ประเภทหลัก — Congenital (เป็นมาแต่กำเนิด) และ Acquired (เพิ่งเกิดขึ้น) · หัวนมบุ๋มที่เป็นมาตั้งแต่เด็กหรือวัยรุ่น (Congenital Nipple Inversion) มักไม่อันตราย พบใน 10-20% ของผู้หญิงทั่วไป · 🚨 แต่ Acquired Nipple Inversion — หัวนมที่เพิ่งบุ๋ม หดเข้า หรือเฉียงข้างไปข้างใดข้างหนึ่งในผู้หญิงอายุ > 30-40 ปี เป็นสัญญาณที่ต้องตรวจเพราะอาจเป็นมะเร็งเต้านม, Paget's Disease, หรือ Duct Ectasia · ผื่น/แผลที่หัวนมที่ไม่หายใน 2 สัปดาห์ ต้องทำ Skin Punch Biopsy เพื่อแยก Paget's Disease

หัวนมเปลี่ยนแปลงพบบ่อยแค่ไหน

การเปลี่ยนแปลงของหัวนมเป็นปัญหาที่ผู้หญิงสังเกตได้บ่อย — สิ่งสำคัญคือต้องแยกระหว่าง Congenital (ตั้งแต่กำเนิด/ไม่อันตราย) และ Acquired (เพิ่งเกิด/ต้องตรวจ)

ข้อมูลสำคัญ:

  • Congenital Nipple Inversion — พบใน 10-20% ของผู้หญิงทั่วไป · ไม่อันตราย

  • Acquired Nipple Inversion — Risk มะเร็งสูงขึ้นมาก · ต้องตรวจประเมินทุกราย

  • Paget's Disease — มะเร็งเต้านมรูปแบบหายาก พบ 1-3% ของมะเร็งเต้านมทั้งหมด · มีการเปลี่ยนแปลงที่หัวนม

  • 80-90% ของ Paget's Disease มี DCIS หรือ Invasive Cancer ในเต้านมด้วย

  • Acquired Nipple Inversion ในผู้หญิงอายุ > 40 ปี — มี Risk มะเร็งสูงสุด ต้องตรวจอย่างเร่งด่วน

Congenital vs Acquired Nipple Inversion — แยกอย่างไร

ความแตกต่างที่สำคัญที่สุดในการประเมินหัวนมที่บุ๋มเข้าใน

💚 Congenital Nipple Inversion (ตั้งแต่กำเนิด — ไม่อันตราย)

  • เป็นมาตั้งแต่วัยรุ่น (Puberty) หรือก่อนหน้านั้น

  • ส่วนใหญ่เป็นทั้ง 2 ข้าง

  • เกิดจากท่อน้ำนมสั้นหรือ Connective tissue ดึงหัวนมเข้าใน

  • สามารถดึงออกได้บ้างเมื่อกระตุ้น (Grade 1-2)

  • คงที่ ไม่เปลี่ยนแปลง

  • ไม่มีก้อน ไม่มีน้ำเหลือง ไม่มีผิวเปลี่ยน

🚨 Acquired Nipple Inversion (เพิ่งเกิด — ต้องตรวจ)

  • เพิ่งเกิดขึ้นในผู้ใหญ่ (มักหลังอายุ 30-40 ปี)

  • ส่วนใหญ่เป็นข้างเดียว

  • หัวนมที่เคยปกติ เปลี่ยนแปลงในระยะเป็นสัปดาห์ถึงเดือน

  • ดึงออกยาก ติดในเข้าด้านลึก (Grade 3)

  • อาจร่วมกับก้อน น้ำเหลือง หรือผิวเปลี่ยน

  • หัวนมเฉียงไปทางก้อนมะเร็ง

กฎสำคัญ: หัวนมที่ เพิ่งเปลี่ยนแปลง + ข้างเดียว + ในผู้หญิงอายุ > 30 ปี = ต้องตรวจประเมินภายใน 1 สัปดาห์ — ห้ามรอ

Han's Classification — ระดับความรุนแรงของ Nipple Inversion

ระบบจัดระดับมาตรฐานที่ใช้สำหรับ Congenital Nipple Inversion เพื่อวางแผนการรักษา

Grade 1: Mild Inversion

  • หัวนมบุ๋มเล็กน้อย

  • ดึงออกได้ง่ายและคงค้างได้ชั่วคราว

  • ท่อน้ำนมปกติ

  • Connective tissue เปลี่ยนแปลงน้อย

  • ส่วนใหญ่ให้นมบุตรได้ปกติ

  • รักษาด้วย Niplette หรือ Nipple Stimulation

Grade 2: Moderate Inversion

  • หัวนมบุ๋มปานกลาง

  • ดึงออกได้แต่กลับเข้าทันที

  • ท่อน้ำนมเริ่มสั้น

  • Connective tissue Fibrosis บางส่วน

  • ให้นมบุตรอาจมีปัญหา

  • รักษา: Niplette + Surgical correction (Preserving lactation)

Grade 3: Severe Inversion

  • หัวนมบุ๋มลึก

  • ดึงออกไม่ได้เลย

  • ท่อน้ำนมสั้นมากหรือ Atrophic

  • Connective tissue Severe fibrosis

  • ให้นมบุตรไม่ได้

  • รักษา: Surgical correction (อาจสูญเสียการให้นม)

Paget's Disease of the Nipple — มะเร็งเฉพาะที่หัวนม

Paget's Disease เป็นมะเร็งเต้านมรูปแบบหายากที่เซลล์มะเร็งจาก DCIS หรือ Invasive cancer ใต้เต้านมเคลื่อนตัวขึ้นมาที่ผิวหัวนม

อาการของ Paget's Disease

  • ผื่นที่หัวนม — แดง คัน ลอก แบบ Eczema

  • แผลที่หัวนม — ไม่หาย เลือดออกง่าย

  • ผิวลอกที่หัวนม

  • คันรุนแรงที่หัวนม

  • ปวด แสบ เผา

  • หัวนมแบนหรือบุ๋ม

  • น้ำเหลือง/เลือดออกจากหัวนม

  • อาจมีก้อนในเต้านมข้างเดียวกัน (80-90% ของผู้ป่วย)

Paget's vs Eczema — แยกอย่างไร

Eczema (โรคผิวหนัง):

  • มักเป็นทั้ง 2 ข้าง

  • เริ่มที่ลานนม (Areola) ก่อนแล้วลามมาหัวนม

  • ตอบสนองดีกับ Steroid Cream (1-2 สัปดาห์)

  • เป็นๆ หายๆ

  • ขอบไม่ชัด

Paget's Disease (มะเร็ง):

  • ข้างเดียว 95%+

  • เริ่มที่หัวนมก่อนแล้วลามไปลานนม

  • ไม่ตอบสนองต่อ Steroid Cream

  • ค่อยๆ แย่ลง ไม่หายเอง

  • ขอบชัดเจน

  • ผิวลอกแบบหนา

⚠️ กฎสำคัญ: ผื่น/ผิวลอกที่หัวนมข้างเดียว ที่ไม่ดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์หลัง Steroid Cream = ต้องทำ Punch Biopsy ของหัวนมเพื่อแยก Paget's Disease

การเปลี่ยนแปลงอื่นๆ ของหัวนมที่ต้องระวัง

1. Nipple Retraction (หัวนมหดเข้า)

ต่างจาก Inversion — Retraction คือหัวนมแบนหรือถูกดึงเข้าด้านในเพียงบางส่วน · เกิดจากก้อนใต้หัวนมที่ดึง Cooper's ligaments เข้า

  • มักเป็นข้างเดียว

  • เพิ่งเกิดขึ้น

  • หัวนมเฉียงไปทางที่มีก้อน

  • ต้องตรวจ Mammogram + Ultrasound ทันที

2. Nipple Deviation (หัวนมเฉียง)

หัวนมเฉียงไปข้างใดข้างหนึ่ง · ผิดปกติเสมอถ้าเป็นข้างเดียว · บ่งบอกว่ามีก้อนหรือพังผืดดึงหัวนม

3. Nipple Flattening (หัวนมแบน)

หัวนมที่เคย Protrude (ยื่นออก) กลายเป็นแบน · เกิดจาก mass effect ใต้เต้านม · ต้องตรวจ imaging

4. Nipple Discharge (น้ำเหลืองจากหัวนม)

น้ำเหลือง โดยเฉพาะสีเลือด ออกเอง ข้างเดียว เป็นสัญญาณที่ต้องตรวจ

5. Skin Changes around Nipple

  • ผิวแดง — Eczema, Mastitis, IBC, Paget's

  • ผิวหนาขึ้น — IBC, Locally Advanced Cancer

  • ผิวลอก — Eczema, Paget's, Yeast infection

  • ผิวเปลือกส้ม — IBC

6. Color Changes (สีของหัวนม)

  • คล้ำขึ้น — Normal ในการตั้งครรภ์, หลังคลอด, ขึ้นกับฮอร์โมน

  • ขาวซีด — Raynaud's phenomenon ของหัวนม, Vasospasm

  • น้ำเงิน/ม่วง — Mondor's disease, Cyanosis

สาเหตุของ Acquired Nipple Inversion

1. Breast Cancer

สาเหตุที่อันตรายที่สุด — มะเร็งใต้หัวนมดึง Cooper's ligaments เข้าทำให้หัวนมบุ๋ม

  • Invasive Ductal Carcinoma

  • Invasive Lobular Carcinoma

  • DCIS ที่ central location

  • Inflammatory Breast Cancer

2. Duct Ectasia

ท่อน้ำนมขยายและอักเสบเรื้อรัง · พบในผู้หญิงวัย 40-60 ปี · มักมีน้ำเหลืองสีเขียว/น้ำตาลร่วมด้วย · ไม่ใช่มะเร็ง

3. Periductal Mastitis

การอักเสบเรื้อรังรอบท่อน้ำนม · พบในผู้สูบบุหรี่ · มักทำให้เกิด Periductal abscess และ Fistula

4. Post-Surgical / Post-Trauma

หลังการผ่าตัดเต้านม โดยเฉพาะ Lumpectomy ที่อยู่ใกล้หัวนม หรือ Reduction Mammoplasty · พังผืดดึงหัวนม

5. Tuberculosis Mastitis

วัณโรคของเต้านม · พบในประเทศที่ TB ระบาด · มีก้อน + sinus tract + ต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้ + ไข้เรื้อรัง

6. Aging Process

การเปลี่ยนแปลงของเต้านมตามอายุ · Cooper's ligaments หย่อน + Glandular tissue atrophy · ในผู้สูงอายุที่ไม่มีสาเหตุอื่น

เมื่อไหร่ต้องไปพบแพทย์

🚨 พบแพทย์ภายใน 1 สัปดาห์ (Urgent)

  • หัวนมที่เพิ่งบุ๋มเข้าใน/หดเข้าในผู้ใหญ่

  • หัวนมเฉียงไปข้างใดข้างหนึ่ง

  • ผื่น/แผลที่หัวนมที่ไม่หายภายใน 2 สัปดาห์

  • น้ำเหลืองสีเลือดจากหัวนม

  • ก้อนใต้หัวนมหรือลานนม

  • ผิวหัวนมหนาขึ้น แดง หรือเปลือกส้ม

🟠 พบแพทย์ภายใน 2-4 สัปดาห์

  • หัวนมแบนหรือ Protrude น้อยลงเรื่อยๆ

  • Eczema-like rash ที่หัวนมข้างเดียว

  • คันรุนแรงต่อเนื่องที่หัวนม

  • น้ำเหลืองที่เปลี่ยนสีหรือ pattern

🟡 ปรึกษาแพทย์ภายใน 1-3 เดือน (ถ้าต้องการ)

  • Congenital Inversion ที่ต้องการแก้ไขเพื่อความสวยงาม

  • Congenital Inversion ที่จะให้นมบุตรในอนาคต

  • Inversion ที่ทำให้เกิด hygiene problems

Before/After Visual Guide — ตรวจหัวนมเองอย่างถูกต้อง

วิธีตรวจหัวนมตัวเองที่ถูกต้อง ทำเดือนละครั้ง 7-10 วันหลังประจำเดือนหมด

ขั้นตอนที่ 1: การดูในกระจก (Inspection)

ท่าที่ 1: มือปล่อยข้างลำตัว

  • ยืนหน้ากระจกในที่สว่าง

  • ดูหัวนมทั้ง 2 ข้าง

  • เปรียบเทียบความสมมาตร — ขนาด รูปร่าง ตำแหน่ง

  • สังเกตว่าหัวนมยื่นออก (Protrude) หรือบุ๋มเข้า (Inverted)

  • ดูทิศทาง — เฉียงไปด้านใดด้านหนึ่งไหม

  • ดูผิว — ลอก แดง แผล

ท่าที่ 2: ยกแขนขึ้นเหนือศีรษะ

  • Cooper's ligaments จะตึงขึ้น

  • รอยบุ๋ม หรือ Retraction จะเห็นชัดขึ้น

  • เปรียบเทียบกับท่าที่ 1

ท่าที่ 3: เกร็งกล้ามเนื้ออก

  • กดมือเข้าด้วยกันที่หน้าอก

  • เกร็ง Pectoralis muscle

  • รอยบุ๋มที่ซ่อนอยู่จะเห็นชัด

  • เหมาะสำหรับตรวจหา Tethering

ขั้นตอนที่ 2: การคลำหัวนม

  • ใช้นิ้วชี้ + กลาง

  • คลำรอบหัวนม + ใต้ลานนม

  • ตรวจหาก้อน

  • บีบหัวนมเบาๆ ดูน้ำเหลือง (ทำ 1 ครั้งต่อเดือน — ไม่ควรบีบบ่อย)

บันทึกภาพถ่าย

  • ถ่ายรูปหัวนมเดือนละครั้งจากมุมเดิม แสงเดียวกัน

  • ช่วยติดตามการเปลี่ยนแปลง

  • นำไปแสดงให้แพทย์ดูเปรียบเทียบ

  • เก็บใน private folder

การตรวจวินิจฉัย

1. Clinical Examination

  • ดูและคลำเต้านม 2 ข้าง

  • ตรวจในท่ายืน ท่านอน ท่ายกแขน

  • ประเมินทิศทาง การเคลื่อนไหวของหัวนม

  • คลำใต้หัวนม

  • ตรวจต่อมน้ำเหลืองที่รักแร้

2. Imaging

  • Mammogram — สำหรับอายุ ≥ 40 ปี · ตรวจหาก้อน Microcalcifications

  • Ultrasound — ทุกอายุ · ตรวจ Subareolar mass

  • Breast MRI — Sensitive สำหรับ Paget's และ Occult cancer

3. Skin Punch Biopsy ของหัวนม

จำเป็นสำหรับ Suspected Paget's Disease — เจาะชิ้นเนื้อ 3-4 mm ที่หัวนม · ใช้ยาชาเฉพาะที่ · Pathology จะดู Paget cells

4. Core Needle Biopsy

ถ้ามีก้อนใต้หัวนม — ทำ Ultrasound-guided Core Needle Biopsy · ดู Histology + IHC (ER/PR/HER2)

5. Subareolar Duct Excision

ถ้า Imaging ไม่ชัดเจนแต่ยังสงสัย — อาจต้องผ่าตัดเอา Subareolar ducts ออก · เพื่อวินิจฉัยและรักษา

การรักษา

Congenital Inversion — รักษาเพื่อความสวยงาม / ให้นมบุตร

  • Niplette — Suction device ใช้ต่อเนื่อง 8 ชม./วัน นาน 3 เดือน · ดีสำหรับ Grade 1-2

  • Manual stimulation — กระตุ้นหัวนมเพื่อให้ดึงออก

  • Surgical correction — Preserving duct techniques (Grade 1-2) หรือ Duct division (Grade 3)

Paget's Disease

ต้องการการรักษาเหมือนมะเร็งเต้านม:

  • Mastectomy (มาตรฐาน) — เอาเต้านมทั้งหมดออก

  • Lumpectomy + Whole Breast Radiation — สำหรับ DCIS ที่จำกัดเฉพาะหัวนมและบริเวณใกล้เคียง

  • Sentinel Lymph Node Biopsy

  • Adjuvant therapy ตามผล Pathology

Acquired Inversion จาก Breast Cancer

ขึ้นกับชนิดและระยะของมะเร็ง — Lumpectomy + Radiation / Mastectomy + Reconstruction

Duct Ectasia / Periductal Mastitis

  • Antibiotics สำหรับ acute infection

  • Major Duct Excision (Hadfield's procedure) ถ้ามีอาการรบกวน

  • หยุดสูบบุหรี่

การประเมินหัวนมเปลี่ยนที่โรงพยาบาลนมะรักษ์

ในฐานะโรงพยาบาลเฉพาะทางโรคเต้านม เรามีทีมแพทย์และเทคโนโลยีที่พร้อมประเมินการเปลี่ยนแปลงของหัวนมอย่างละเอียด

บริการตรวจที่นมะรักษ์

  • Clinical Examination ละเอียด — โดยศัลยแพทย์เต้านม Fellowship-trained · ประเมิน Inversion grade · หา Subareolar mass

  • Hologic 3D Mammography + Genius AI — ตรวจหา Microcalcifications + Subareolar masses

  • High-Resolution Breast Ultrasound — ดู Retroareolar area อย่างละเอียด

  • Skin Punch Biopsy ของหัวนม — ในเคสที่สงสัย Paget's Disease · ทำในห้องตรวจ

  • Breast MRI — สำหรับ Suspected Paget's

  • Multidisciplinary referral — Dermatologist สำหรับ Eczema-like rash

  • Oncoplastic Surgery — ถ้าต้อง Mastectomy พร้อมรักษา cosmetic outcome

  • Niplette + Surgical correction — สำหรับ Congenital Inversion ที่ต้องการแก้ไข

ปรัชญา High Tech, High Touch

ที่โรงพยาบาลนมะรักษ์ "เหมือนมาเที่ยวบ้านเพื่อน" หมายถึง เราเข้าใจว่าการเปลี่ยนแปลงของหัวนมเป็นเรื่องที่กังวลใจและส่วนตัว — ทีมแพทย์และพยาบาลของเราดูแลด้วยความเข้าใจ ให้คำปรึกษาอย่างละเอียด และวางแผนการตรวจวินิจฉัยที่เหมาะสม ลดความกังวลและให้ความมั่นใจ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

หัวนมบุ๋มตั้งแต่เด็กอันตรายไหม?

ไม่อันตราย — Congenital Nipple Inversion พบใน 10-20% ของผู้หญิงทั่วไป เป็นเรื่องที่เกิดมาแต่กำเนิดเนื่องจากท่อน้ำนมสั้นหรือ Connective tissue ดึงหัวนมเข้าใน ไม่เพิ่มความเสี่ยงมะเร็งเต้านม สามารถรักษาเพื่อความสวยงามหรือเพื่อการให้นมบุตรได้ ด้วย Niplette หรือ Surgical correction

หัวนมเพิ่งบุ๋มเข้าในตอนอายุ 40 ปี อันตรายไหม?

อันตราย — Acquired Nipple Inversion ในผู้หญิงอายุ > 30-40 ปี เป็น red flag สำคัญที่ต้องตรวจประเมินภายใน 1 สัปดาห์ สาเหตุที่พบบ่อย ได้แก่ Breast Cancer, Paget's Disease, Duct Ectasia, Periductal Mastitis ต้องทำ Mammogram + Ultrasound และ Biopsy ถ้าจำเป็น

Niplette ใช้ได้ผลจริงไหม?

ใช้ได้ผลใน Grade 1-2 — Niplette เป็น Suction device ที่ใส่ทับหัวนมและสร้าง gentle suction ค่อยๆ ดึงหัวนมออก ใช้ 8 ชม./วัน นาน 3 เดือน ประสบความสำเร็จประมาณ 70-90% ใน Grade 1-2 แต่ไม่ค่อยได้ผลใน Grade 3 ที่ต้องผ่าตัด

ผ่าตัดแก้หัวนมบุ๋มกระทบการให้นมบุตรไหม?

ขึ้นกับเทคนิคที่ใช้ — Preserving duct techniques (สำหรับ Grade 1-2) ไม่ตัดท่อน้ำนม สามารถให้นมบุตรได้ปกติประมาณ 80-90% ของผู้ป่วย ส่วน Duct division (สำหรับ Grade 3) ต้องตัดท่อน้ำนม จึงไม่สามารถให้นมบุตรได้ ดังนั้นถ้าวางแผนมีลูก ควรแจ้งแพทย์ก่อนผ่าตัด

Paget's Disease รักษาหายไหม?

ขึ้นกับว่ามี Invasive component หรือไม่ — Paget's Disease ที่ limited เฉพาะหัวนม (Pure Paget's) หรือร่วมกับ DCIS เท่านั้น มี 5-year survival rate > 90% ส่วน Paget's ที่มี Invasive Cancer ร่วมด้วย Prognosis ขึ้นกับ stage, grade, และ molecular subtype ของ invasive cancer — แต่โดยรวมการตรวจพบเร็วและรักษาครบให้ผลลัพธ์ที่ดี

หัวนมแบนลงตามอายุ ปกติไหม?

ปกติบางส่วน — การเปลี่ยนแปลงของเต้านมตามอายุ (Cooper's ligaments หย่อน, Glandular atrophy) อาจทำให้หัวนมดูแบนลงได้ในผู้สูงอายุ ปกติทั้ง 2 ข้าง เกิดช้าๆ และไม่มีอาการอื่นร่วม อย่างไรก็ตามถ้าเปลี่ยนแปลงเร็ว ข้างเดียว หรือมีก้อน/น้ำเหลือง/ผิวเปลี่ยน ต้องตรวจประเมิน

ผื่นที่หัวนมจาก Eczema vs Paget's แยกอย่างไร?

Eczema มักเป็นทั้ง 2 ข้าง เริ่มที่ลานนมก่อน ตอบสนองดีกับ Steroid Cream ภายใน 1-2 สัปดาห์ และเป็นๆ หายๆ ส่วน Paget's มักเป็นข้างเดียว เริ่มที่หัวนมก่อน ไม่ตอบสนองต่อ Steroid และค่อยๆ แย่ลง — กฎสำคัญ: ถ้าผื่นที่หัวนมไม่ดีขึ้นภายใน 2 สัปดาห์หลังใช้ Steroid Cream ต้อง Skin Punch Biopsy

หัวนมเฉียงไปข้างเดียวอันตรายไหม?

อันตราย — Nipple deviation (หัวนมเฉียง) ที่เพิ่งเกิดข้างเดียว มักบ่งบอกว่ามีก้อนหรือพังผืดใต้เต้านมที่ดึงหัวนม ต้องตรวจ Mammogram + Ultrasound ทันที โดยเฉพาะในผู้หญิงอายุ > 40 ปี ที่ไม่มีประวัติการผ่าตัดเต้านมมาก่อน

ปรึกษาแพทย์เฉพาะทางเต้านมที่โรงพยาบาลนมะรักษ์

หากคุณ พบการเปลี่ยนแปลงของหัวนม โดยเฉพาะ หัวนมเพิ่งบุ๋ม/หดเข้า/เฉียง หรือมีผื่นที่ไม่หาย ติดต่อทีมแพทย์ได้ที่:

อ่านเพิ่มเติม

เกี่ยวกับผู้เรียบเรียง

รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน — ศัลยแพทย์เต้านม + Surgical Oncologist · ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการโรงพยาบาลนมะรักษ์ · นายกสมาคมโรคเต้านมแห่งประเทศไทย (Thai Breast Disease Society — TBS)

หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้แทนการตรวจวินิจฉัยและคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ การเปลี่ยนแปลงของหัวนม โดยเฉพาะที่เพิ่งเกิดข้างเดียวในผู้ใหญ่ ควรได้รับการประเมินโดยแพทย์เฉพาะทางเต้านมโดยเร็ว

แหล่งอ้างอิง

  • Han S, Hong YG. The inverted nipple: its grading and surgical correction. Plastic and Reconstructive Surgery 1999

  • NCCN Clinical Practice Guidelines — Breast Cancer (Version 2.2025)

  • Sukumvanich P et al. The role of skin biopsy in Paget's disease. Breast Cancer Research and Treatment 2008

  • Caliskan M et al. Paget's disease of the breast: diagnosis, treatment, and outcome. Breast Cancer Research and Treatment 2008

  • ACR BI-RADS Atlas 5th Edition — American College of Radiology

โพสต์ล่าสุด

ดูทั้งหมด
คลำเจอก้อนที่เต้านม เป็นมะเร็งไหม? — Self-Check Guide โดยแพทย์เฉพาะทาง

คลำเจอก้อนที่เต้านม เป็นมะเร็งไหม? 80-90% ของก้อนเต้านมไม่ใช่มะเร็ง · ลักษณะก้อน 9 สัญญาณน่าสงสัย · Self-Assessment Checklist · Triple Assessment + BI-RADS โดย รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน (TBS President)

 
 
 
ESMO Breast 2026: ทิศทางใหม่การรักษามะเร็งเต้านม — สรุปประเด็นสำคัญ

สรุปประเด็นสำคัญจาก ESMO Breast 2026 — ทิศทางการรักษามะเร็งเต้านมยุคใหม่ที่เน้น precision oncology, ลดเคมีบำบัด, biomarker-guided therapy, ADCs, ctDNA และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย โดย รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน

 
 
 

ความคิดเห็น


แพทย์โรงพยาบาลนมะรักษ์
bottom of page