การแปลผลการตรวจชิ้นเนื้อเต้านมด้วยเข็มขนาดใหญ่ (Core Needle Biopsy)
- รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน
- 14 พ.ย. 2567
- ยาว 2 นาที
อัปเดตเมื่อ 24 พ.ค.
การแปลผลการตรวจชิ้นเนื้อเต้านมด้วยเข็มขนาดใหญ่ (Core Needle Biopsy)
รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน
การแปลผลการตรวจชิ้นเนื้อเต้านมด้วยเข็มขนาดใหญ่ (Core Needle Biopsy) คือการอ่านผลพยาธิวิทยาเพื่อบอกว่าชิ้นเนื้อเป็นเนื้อดีหรือเนื้อร้าย โดยมักรายงานเป็นระดับ B1–B5 (ตั้งแต่เนื้อปกติจนถึงมะเร็ง) ร่วมกับการประเมิน “ความสอดคล้อง” ระหว่างผลชิ้นเนื้อกับภาพถ่าย เพื่อวางแผนว่าจะติดตามอาการ เจาะซ้ำ หรือผ่าตัด การแปลผลที่ถูกต้องคือกุญแจสู่การรักษาที่ตรงจุด
การตรวจชิ้นเนื้อเต้านมด้วยเข็มขนาดใหญ่ (Core Needle Biopsy) เป็นวิธีที่สำคัญในการวินิจฉัยมะเร็งเต้านม การแปลผลและการรายงานผลการตรวจเป็นขั้นตอนที่สำคัญในการวางแผนการรักษา บทความนี้จะอธิบายการแปลผลและการรายงานผลการตรวจชิ้นเนื้อเต้านมในกรณีต่าง ๆ รวมถึงแนวทางการจัดการและการวางแผนการรักษาโดยสัมพันธ์กับผลการตรวจทางรังสีและประวัติการตรวจร่างกาย รวมถึงแนวคิดเรื่องความสอดคล้อง (Concordance) และความไม่สอดคล้อง (Non-concordance) ของผลการตรวจ พร้อมกับการจัดการเนื้องอกชนิดต่าง ๆ ที่วินิจฉัยจาก Core Needle Biopsy
การรายงานผลตรวจชิ้นเนื้อเต้านม
B1: เนื้อปกติ (Normal) ชิ้นเนื้อเป็นเนื้อปกติ ไม่ต้องการการดูแลหากผลการตรวจทางรังสี (เช่น แมมโมแกรมหรืออัลตราซาวด์) ยืนยันว่าไม่มีความผิดปกติ สามารถติดตามผลการตรวจสุขภาพประจำปีได้
B2: ไม่ใช่มะเร็ง (Benign) เช่น Fibroadenoma, Cyst หากผลการตรวจทางรังสียืนยันว่าไม่มีความผิดปกติอื่น ๆ แนะนำตรวจสุขภาพประจำปี
B3: มีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นมะเร็ง (High-Risk Lesions) เช่นAtypical Ductal Hyperplasia (ADH), Lobular Carcinoma In Situ (LCIS) ควรทำการตรวจชิ้นเนื้อเพิ่มเติมหรือการผ่าตัดเพื่อยืนยันการวินิจฉัย โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากผลการตรวจทางรังสีแสดงความผิดปกติ ควรทำการตรวจชิ้นเนื้อเพิ่มเติมหรือผ่าตัด
B4: น่าสงสัยมะเร็ง (Suspicious of Malignancy) แสดงว่ามีความน่าจะเป็นสูงที่ชิ้นเนื้อที่ตรวจจะเป็นมะเร็งเต้านม ต้องทำการตรวจชิ้นเนื้อเพิ่มเติมหรือการผ่าตัดเพื่อยืนยันการวินิจฉัย ก่อนวางแผนการรักษา
B5: เป็นมะเร็ง (Malignant) เช่น Invasive Ductal Carcinoma (IDC), Invasive Lobular Carcinoma (ILC) ก่อนการเริ่มการรักษา ควรทำการตรวจย้อมพิเศษเพิ่มเติมเพื่อบอกชนิดมะเร็ง ด้วยการย้อมตัวรับฮอร์โมนเอสโตรเจน และโปรเจสเตอโรน(ER, PR) มะเร็งชนิด HER2 และค่าKi-67 เพื่อให้มีการวางแผนการรักษาอย่างครอบคลุม ร่วมกับทีมแพทย์ได้แก่ ศัลยแพทย์เต้านม อายุรแพทย์มะเร็งวิทยาเป็นต้น
ความสอดคล้อง (Concordance) และความไม่สอดคล้อง (Non-concordance)
นอกจากการดูผลตรวจชิ้นเนื้อว่าเป็นชิ้นเนื้อชนิดใดแล้ว ยังต้องพิจารณาถึงความสอดคล้อง (Concordance) และความไม่สอดคล้อง (Non-concordance) กับผลการตรวจภาพทางรังสี(แมมโมแกรมและอัลตราซาวด์) ด้วย
ความสอดคล้อง (Concordance):
คำอธิบาย: ความสอดคล้องหมายถึงผลการตรวจชิ้นเนื้อเต้านมที่ตรงกับผลการตรวจทางรังสีและการตรวจร่างกาย
การจัดการ: เมื่อผลการตรวจชิ้นเนื้อสอดคล้องกับผลการตรวจทางรังสีและการตรวจร่างกาย แนวทางการจัดการและการวางแผนการรักษาจะดำเนินไปตามผลการตรวจชิ้นเนื้อ
ตัวอย่าง: หากผลการตรวจชิ้นเนื้อและการตรวจทางรังสีแสดงว่ามีก้อนเนื้อที่ไม่เป็นอันตราย ทำการติดตามประจำปี
ความไม่สอดคล้อง (Non-concordance):
คำอธิบาย: ความไม่สอดคล้องหมายถึงผลการตรวจชิ้นเนื้อเต้านมที่ไม่ตรงกับผลการตรวจทางรังสีหรือการตรวจร่างกาย
การจัดการ: เมื่อผลการตรวจชิ้นเนื้อไม่สอดคล้องกับผลการตรวจทางรังสีและการตรวจร่างกาย จำเป็นต้องมีการตรวจเพิ่มเติมเพื่อหาสาเหตุและวินิจฉัยให้แน่ชัด
ตัวอย่าง: หากผลการตรวจทางรังสีแสดงว่ามีก้อนเนื้อที่สงสัยว่าเป็นมะเร็ง แต่ผลการตรวจชิ้นเนื้อไม่พบเซลล์มะเร็ง จำเป็นต้องทำการตรวจชิ้นเนื้อเพิ่มเติมหรือทำการตรวจเพิ่มเติมด้วยเทคนิคอื่น ๆ
ชิ้นเนื้อจาก Core Biopsy ที่ควรต้องผ่าตัดออก หรือรักษา
1. มะเร็งเต้านม (B5): เช่น Invasive Ductal Carcinoma (IDC), Invasive Lobular Carcinoma (ILC) ให้ทำการรักษามะเร็งเต้านมตามระยะและชนิดของมะเร็ง
2. ชิ้นเนื้อที่น่าสงสัย (B4): เพื่อยืนยันการวินิจฉัยและป้องกันการเป็นมะเร็งในอนาคต การตรวจชิ้นเนื้อเพิ่มเติมหรือการผ่าตัด
3. ชิ้นเนื้อที่มีความเสี่ยงสูงต่อการเป็นมะเร็ง (B3): เช่น Atypical Ductal Hyperplasia (ADH), Lobular Carcinoma In Situ (LCIS) เนื่องจากมีความเสี่ยงสูงต่อการพัฒนาเป็นมะเร็งเต้านมในอนาคต การผ่าตัดหรือการตรวจชิ้นเนื้อเพิ่มเติมช่วยในการวินิจฉัยและป้องกัน
4. ชิ้นเนื้อที่มีลักษณะพิเศษแต่ไม่เป็นมะเร็ง (Benign but with Special Features):
ตัวอย่าง:
Radial Scar: มีโอกาสที่จะเป็นมะเร็ง การผ่าตัดเพื่อยืนยันกันวินิจฉัย
Papilloma with atypia: มีความเสี่ยงต่อการพัฒนาเป็นมะเร็ง และมีโอกาสที่จะเป็นมะเร็ง การผ่าตัดเพื่อยืนยันการวินิจฉัย
Phyllodes Tumor: เนื้องอกชนิดนี้สามารถเป็นได้ทั้งชนิดที่ไม่ร้ายแรงและชนิดที่ร้ายแรง การผ่าตัดเพื่อป้องกันการเจริญเติบโตและแพร่กระจาย
5. เนื้องอกชนิดอื่น ๆ (Other Lesions):
Sclerosing Adenosis: อาจทำให้เกิดความสับสนในการวินิจฉัย การผ่าตัดเพื่อยืนยัน
Fibroepithelial Lesion: เช่น Fibroadenoma ที่มีขนาดใหญ่หรือมีการเปลี่ยนแปลง
Fat Necrosis: การผ่าตัดอาจจำเป็นหากมีความสงสัยว่าเป็นมะเร็งจากภาพรังสี
Mucinous Lesion: เนื้องอกที่มีลักษณะพิเศษอาจต้องการการตรวจเพิ่มเติมหรือการผ่าตัด
สรุป
การแปลผลการตรวจชิ้นเนื้อเต้านมด้วยเข็มขนาดใหญ่ (Core Needle Biopsy) เป็นขั้นตอนที่สำคัญในการวินิจฉัยมะเร็งเต้านม การรายงานผลการตรวจแบบ B1-B5 ช่วยในการจัดการและวางแผนการรักษาให้เหมาะสม การพิจารณาความสอดคล้อง (Concordance) และความไม่สอดคล้อง (Non-concordance) ของผลการตรวจเป็นสิ่งสำคัญที่ช่วยให้แพทย์สามารถวางแผนการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ ผู้ป่วยควรได้รับการติดตามผลอย่างใกล้ชิดและได้รับการดูแลที่ดีที่สุดเพื่อเพิ่มโอกาสในการรักษาให้ได้ผลดีและมีคุณภาพชีวิตที่ดี
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับการแปลผล Core Needle Biopsy (FAQ)
ผลตรวจชิ้นเนื้อ B1–B5 หมายความว่าอย่างไร?
ระบบรายงานผลแบ่งเป็น B1 (เนื้อปกติ), B2 (เนื้อดีไม่ใช่มะเร็ง), B3 (มีความเสี่ยง/ไม่แน่นอน), B4 (น่าสงสัยมะเร็ง) และ B5 (เป็นมะเร็ง) ระดับที่สูงขึ้นบ่งชี้ความเสี่ยงมะเร็งที่มากขึ้น และมักต้องตรวจเพิ่มหรือผ่าตัด
Concordance และ Non-concordance คืออะไร สำคัญอย่างไร?
Concordance (ความสอดคล้อง) คือผลชิ้นเนื้อตรงกับลักษณะที่เห็นในภาพถ่าย ถือว่าน่าเชื่อถือ ส่วน Non-concordance (ไม่สอดคล้อง) คือผลไม่ตรงกับภาพ เช่น ภาพน่าสงสัยมากแต่ผลเป็นเนื้อดี กรณีนี้แพทย์มักแนะนำเจาะซ้ำหรือผ่าตัดเพื่อความปลอดภัย
ผลเป็น B3 (มีความเสี่ยง) ต้องทำอย่างไร?
B3 เช่น ADH, LCIS, radial scar มีโอกาสพบมะเร็งร่วมด้วย แพทย์มักแนะนำผ่าตัดเอาออกเพื่อตรวจให้แน่ชัด หรือติดตามใกล้ชิดตามความเหมาะสมของแต่ละราย
ผลเป็นเนื้อดี (benign) แต่แพทย์แนะนำผ่าตัด เพราะอะไร?
อาจเป็นเพราะผลไม่สอดคล้องกับภาพถ่าย หรือเป็นรอยโรคที่มีโอกาสกลายเป็นมะเร็ง เช่น radial scar การผ่าตัดช่วยยืนยันผลและลดความเสี่ยงที่จะตรวจไม่พบมะเร็งที่ซ่อนอยู่
ER/PR, HER2 และ Ki-67 ในผลชิ้นเนื้อบอกอะไร?
เป็นตัวบ่งชี้สมบัติของเซลล์มะเร็ง: ER/PR บอกการตอบสนองต่อฮอร์โมน, HER2 บอกการมีตัวรับ HER2, Ki-67 บอกอัตราการแบ่งตัวของเซลล์ ข้อมูลเหล่านี้ช่วยแพทย์เลือกสูตรการรักษาที่เหมาะกับผู้ป่วยแต่ละราย
ถ้าผลชิ้นเนื้อไม่ชัดเจน ควรขอความเห็นที่สอง (second opinion) ไหม?
สามารถทำได้และเป็นเรื่องปกติ การให้พยาธิแพทย์อีกท่านหรือทีมเฉพาะทางทบทวนสไลด์ ช่วยเพิ่มความมั่นใจในการวินิจฉัยและการวางแผนการรักษา
บทความและบริการที่เกี่ยวข้อง
ตรวจสอบความถูกต้องโดย: รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน และทีมแพทย์เฉพาะทางด้านเต้านม โรงพยาบาลนมะรักษ์ • อัปเดตล่าสุด: พฤษภาคม 2569
หมายเหตุ: ผลการรักษาขึ้นอยู่กับลักษณะของโรคและสภาพผู้ป่วยแต่ละราย ไม่สามารถรับประกันผลลัพธ์ที่ตายตัวได้ กรุณาปรึกษาแพทย์เพื่อแผนการรักษาเฉพาะบุคคล




ความคิดเห็น