ESMO Breast 2026: ทิศทางใหม่การรักษามะเร็งเต้านม — สรุปประเด็นสำคัญ
- ป้าหมอนุช
- 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา
- ยาว 5 นาที
ESMO Breast 2026 สะท้อนทิศทางใหม่ของการรักษามะเร็งเต้านมที่กำลังเข้าสู่ยุค Precision and Adaptive Breast Cancer Care โดยมุ่งสู่การลดเคมีบำบัดในผู้ป่วยที่เหมาะสม การเลือกยาตาม biomarker และ genomic profile การใช้ ADCs อย่างมีกลยุทธ์ การประยุกต์ ctDNA และการให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย — สรุปและวิเคราะห์ประเด็นสำคัญ 9 ข้อโดย รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน นายกสมาคมโรคเต้านมแห่งประเทศไทย (TBS) และผู้อำนวยการโรงพยาบาลนมะรักษ์
ทิศทางใหม่ของการรักษามะเร็งเต้านม: รักษาแม่นยำขึ้น ใช้เคมีบำบัดน้อยลง และดูแลคุณภาพชีวิตมากขึ้น
การประชุม ESMO Breast 2026 สะท้อนภาพรวมของการรักษามะเร็งเต้านมยุคใหม่ที่กำลังเปลี่ยนจาก "การรักษาตามชนิดโรคแบบกว้าง" ไปสู่การรักษาที่อิงชีววิทยาของโรคมากขึ้น โดยใช้ข้อมูลจาก biomarker, genomic profile, ctDNA, response ต่อการรักษา และคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย มาประกอบการตัดสินใจอย่างเป็นระบบ
สาระสำคัญของปีนี้สามารถสรุปได้ว่า แนวทางรักษามะเร็งเต้านมกำลังมุ่งไปสู่การลดการใช้เคมีบำบัดในผู้ป่วยที่เหมาะสม การเลือกยาตาม biomarker ให้แม่นยำขึ้น การใช้ยา ADCs อย่างมีกลยุทธ์มากขึ้น และการนำ ctDNA เข้ามาเป็นเครื่องมือช่วยประเมินความเสี่ยง แม้ปัจจุบันยังไม่พร้อมใช้เป็นมาตรฐานทั่วไปในทุกกรณี
1. ภาพรวมสำคัญ: Less Chemotherapy, More Precision
แนวคิดที่เห็นชัดจาก ESMO Breast 2026 คือ การรักษามะเร็งเต้านมไม่ได้มุ่งเพียง "เพิ่มความแรงของการรักษา" แต่เน้นการเลือกการรักษาให้เหมาะสมกับความเสี่ยงของผู้ป่วยแต่ละรายมากขึ้น
ประเด็นหลัก:
ลดเคมีบำบัดในผู้ป่วยที่เหมาะสม — โดยเฉพาะ HER2-positive early breast cancer และ HR+/HER2– บางกลุ่ม
ใช้ biomarker นำทาง — เช่น ESR1, PIK3CA, AKT1, HER2-low, PD-L1, BRCA
วางลำดับยา ADCs อย่างรอบคอบ — เพราะเริ่มมีข้อมูลเรื่อง cross-resistance โดยเฉพาะ TOPO1 ADC หลัง TOPO1 ADC
ctDNA เริ่มมีบทบาท — ใช้ประเมินความเสี่ยงการกลับเป็นซ้ำ แต่ยังควรอยู่ในงานวิจัยหรือ protocol ที่มีการติดตามชัดเจน
ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิต — โดยเฉพาะผู้ป่วยระยะเริ่มต้น ผู้ป่วยอายุน้อย และผู้รอดชีวิตระยะยาว
2. กลุ่ม HR+/HER2–: ยุคของ Endocrine Precision Oncology
มะเร็งเต้านมกลุ่ม HR-positive / HER2-negative ยังคงเป็นกลุ่มที่พบบ่อยที่สุด และเป็นกลุ่มที่การรักษากำลังเปลี่ยนจากการใช้ endocrine therapy แบบเดิม ไปสู่การเลือกยาตามกลไกระดับโมเลกุลมากขึ้น
ระยะเริ่มต้น: ปรับ Endocrine Therapy ตามความเสี่ยง
ในกลุ่ม early-stage HR+/HER2– การประเมินความเสี่ยงมีความสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะการใช้ข้อมูล เช่น
Ki-67
Genomic signatures เช่น Oncotype DX, MammaPrint
ความเสี่ยงทางคลินิก เช่น ขนาดก้อน ต่อมน้ำเหลือง grade
ctDNA ในบางบริบทของงานวิจัย
แนวทางโดยรวมคือ ผู้ป่วยความเสี่ยงต่ำอาจได้รับ endocrine therapy เพียงอย่างเดียว ขณะที่ผู้ป่วยความเสี่ยงปานกลางถึงสูงอาจพิจารณาเพิ่ม CDK4/6 inhibitor หรือแนวทาง intensified adjuvant therapy ตามความเหมาะสม
ข้อมูลจาก ESMO Breast 2026 ยังเน้นบทบาทของ oral SERDs เช่น giredestrant ซึ่งมีข้อมูล anti-proliferative activity ที่น่าสนใจ โดยเฉพาะในผู้ป่วยอายุน้อยหรือ premenopausal women อย่างไรก็ตาม การนำมาใช้จริงยังต้องพิจารณาตามข้อบ่งชี้และข้อมูลการอนุมัติของแต่ละประเทศ
ระยะแพร่กระจาย: รักษาตาม Mutation หลัง CDK4/6 Inhibitor
ใน metastatic HR+/HER2– disease ประเด็นสำคัญคือการรักษาหลังโรคดื้อต่อ CDK4/6 inhibitor โดยการตรวจ biomarker มีบทบาทมากขึ้น
ESR1 mutation — Oral SERD
PIK3CA mutation — PI3K pathway inhibitor ร่วมกับ endocrine therapy
AKT1 alteration — AKT inhibitor
HER2-low — พิจารณา ADCs ตามข้อบ่งชี้
ไม่มี actionable biomarker — endocrine strategy อื่นๆ, mTOR inhibitor หรือ clinical trial
ประเด็นสำคัญคือ การรักษาไม่ควรเป็น "one-size-fits-all" อีกต่อไป แต่ควรขยับไปสู่ precision endocrine oncology มากขึ้น
3. HER2-Positive: ลดเคมีบำบัดในผู้ป่วยที่ตอบสนองดี
ในกลุ่ม HER2-positive breast cancer ทิศทางสำคัญคือการพยายามลดภาระการรักษาในผู้ป่วยที่ตอบสนองดี โดยยังคงรักษาอัตราการหายของโรคให้สูงที่สุด
ระยะเริ่มต้น: pCR-Guided Strategy
ข้อมูลจาก PHERGain-2 สนับสนุนแนวคิดการใช้ response-adapted strategy หรือการปรับการรักษาตามการตอบสนองของโรค โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ได้ผลตอบสนองดี อาจมีโอกาสลดเคมีบำบัดหรือใช้แนวทาง chemo-sparing ได้ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ประเด็นนี้ยังต้องใช้ความระมัดระวัง เพราะไม่ใช่ผู้ป่วย HER2-positive ทุกคนจะเหมาะกับการลดความเข้มข้นของการรักษา การคัดเลือกผู้ป่วยต้องพิจารณาจากความเสี่ยง ระยะโรค biology ของก้อน และผลตอบสนองต่อ neoadjuvant therapy
ระยะแพร่กระจาย: T-DXd ยังเป็นยาหลักสำคัญ
ใน metastatic HER2-positive disease ยา trastuzumab deruxtecan หรือ T-DXd ยังคงมีบทบาทสำคัญใน early-line therapy โดยประเด็นที่ยังท้าทายคือ "จะรักษาอย่างไรหลัง T-DXd" และ "จะจัดลำดับ ADCs อย่างไรให้ได้ประโยชน์สูงสุด"
การศึกษา SATEEN ที่ประเมิน sacituzumab govitecan ร่วมกับ trastuzumab หลังโรคดื้อต่อ T-DXd ให้สัญญาณที่น่าสนใจ แต่ยังไม่ถือเป็นมาตรฐานใหม่ที่ใช้ได้ทั่วไปทันที
4. Triple-Negative Breast Cancer: Immunotherapy และ ADCs เป็นแกนหลัก
ในกลุ่ม triple-negative breast cancer หรือ TNBC การรักษายังคงมีความซับซ้อน เนื่องจากโรคมีความก้าวร้าวและมีความหลากหลายทางชีววิทยาสูง
อ่านเพิ่มเติม: TNBC คืออะไร? มะเร็งเต้านม Triple Negative รักษาอย่างไร
ระยะเริ่มต้น: Chemo-Immunotherapy ยังเป็นมาตรฐาน
สำหรับ early-stage TNBC แนวทาง neoadjuvant chemotherapy ร่วมกับ immunotherapy ยังคงเป็นมาตรฐานสำคัญ โดยเฉพาะแนวทางที่คล้ายกับ KEYNOTE-522
ประเด็นที่กำลังถูกตั้งคำถามคือ ในผู้ป่วยที่ได้ pathologic complete response หรือ pCR แล้ว จำเป็นต้องได้รับ adjuvant therapy เพิ่มมากน้อยเพียงใด และสามารถลดการรักษาบางส่วนได้หรือไม่
Residual Disease: ต้องวางแผนรักษาต่ออย่างเป็นระบบ
สำหรับผู้ป่วยที่ยังมี residual disease หลัง neoadjuvant therapy แนวทางที่อาจพิจารณา ได้แก่
Capecitabine
PARP inhibitor ในผู้ป่วยที่มี BRCA mutation
ADCs ในบริบทของ clinical trial
การประเมิน ctDNA เพื่อดูความเสี่ยงของ molecular residual disease
ระยะแพร่กระจาย: เลือกตาม PD-L1, BRCA และประวัติการรักษา
ใน metastatic TNBC แนวทางรักษาเริ่มแยกย่อยตาม biomarker มากขึ้น
PD-L1 positive — immunotherapy ร่วมกับ chemotherapy
BRCA mutation — PARP inhibitor
หลังได้รับ immunotherapy หรือ chemotherapy หลายเส้น — ADCs เช่น sacituzumab govitecan หรือ datopotamab deruxtecan ตามข้อบ่งชี้และข้อมูลที่มี
HER2-low TNBC — อาจพิจารณา HER2-targeted ADCs ในบางกรณี
สาระสำคัญคือ ADCs กำลังกลายเป็นเครื่องมือหลักใน TNBC ระยะแพร่กระจาย แต่การเลือกใช้ต้องคำนึงถึงลำดับยาเดิม กลไก payload และความเสี่ยงต่อ cross-resistance
5. HER2-Low และ HER2-Ultralow: ขอบเขตใหม่ของ HER2-Targeted Therapy
หนึ่งในประเด็นสำคัญของปีนี้คือแนวคิดว่า HER2 ไม่ได้มีเพียง "positive" หรือ "negative" เท่านั้น แต่เป็น spectrum ตั้งแต่ HER2-positive, HER2-low ไปจนถึง HER2-ultralow
กลุ่ม HER2-low และ HER2-ultralow มีความสำคัญเพราะผู้ป่วยที่เคยถูกจัดว่าเป็น HER2-negative อาจได้รับประโยชน์จาก HER2-targeted ADCs บางชนิด โดยเฉพาะในกลุ่ม HR+ disease และบางส่วนของ TNBC
ประเด็นที่ต้องพัฒนาเพิ่มเติม:
นิยามของ HER2-ultralow ให้ชัดเจน
ความสม่ำเสมอของการอ่าน IHC
Reproducibility ระหว่าง pathologist
การจัดลำดับ ADCs ในผู้ป่วยที่เคยได้รับ ADC มาก่อน
การเลือกผู้ป่วยที่เหมาะสมที่สุด
สรุปได้ว่า HER2-low ไม่ใช่ "subtype ใหม่" แบบแยกขาดจากเดิม แต่เป็น therapeutic category ที่ช่วยขยายโอกาสการรักษาด้วย ADCs
6. ADC Sequencing: ไม่ใช่แค่เปลี่ยน Target แต่ต้องเข้าใจ Payload
ยาในกลุ่ม antibody-drug conjugates หรือ ADCs เป็นหนึ่งในหัวข้อที่ได้รับความสนใจมากที่สุดในการประชุมปีนี้ โดยเฉพาะคำถามเรื่องการใช้ ADC ต่อ ADC
ข้อมูลที่เริ่มชัดขึ้นคือ การใช้ TOPO1 ADC หลังจากผู้ป่วยเคยได้รับ TOPO1 ADC มาก่อน อาจมีปัญหาเรื่อง cross-resistance กล่าวคือ แม้ antibody target จะต่างกัน แต่ถ้า payload หรือกลไกการออกฤทธิ์คล้ายกัน ประสิทธิภาพอาจลดลง
ดังนั้น การจัดลำดับ ADCs ในอนาคตควรพิจารณาอย่างน้อย 3 ด้าน:
Target — เช่น HER2, TROP2, HER3
Payload — เช่น TOPO1 inhibitor หรือกลไกอื่น
ประวัติการได้รับยาเดิม — เพื่อประเมินโอกาสดื้อยาข้ามกลุ่ม
แนวคิดนี้มีความสำคัญต่อการวางแผนรักษาผู้ป่วยระยะแพร่กระจาย โดยเฉพาะผู้ป่วยที่ได้รับการรักษาหลายเส้นแล้ว
7. ctDNA: อนาคตของ Adaptive Care แต่ยังไม่ใช่มาตรฐานทั่วไป
ctDNA เป็นอีกประเด็นที่ถูกกล่าวถึงมากใน ESMO Breast 2026 โดยเฉพาะบทบาทในการตรวจ molecular residual disease และการติดตามความเสี่ยงของการกลับเป็นซ้ำ
ประโยชน์ที่เป็นไปได้ของ ctDNA:
ช่วยประเมินความเสี่ยง relapse
ตรวจพบ molecular residual disease ก่อนเห็นจาก imaging
ช่วยออกแบบ clinical trial สำหรับ escalation หรือ de-escalation
อาจใช้ติดตาม response หรือ resistance ในอนาคต
อย่างไรก็ตาม ข้อความสำคัญคือ ctDNA ยังไม่ควรถูกใช้เป็น routine standard care เพื่อเปลี่ยนแผนการรักษาในผู้ป่วย early breast cancer นอก clinical trial เพราะยังไม่มีหลักฐานเพียงพอว่าการเปลี่ยนการรักษาตาม ctDNA positivity จะช่วยให้ผลลัพธ์ดีขึ้นอย่างชัดเจน
กล่าวได้ว่า ctDNA เป็นเครื่องมือที่มีอนาคตมาก แต่ในปัจจุบันควรใช้ในบริบทของงานวิจัย registry หรือ protocol ที่มีการกำกับดูแลชัดเจน
8. คุณภาพชีวิต ผู้ป่วยอายุน้อย และ Survivorship
นอกจากประสิทธิภาพของยาแล้ว ESMO Breast 2026 ยังเน้นประเด็นที่เกี่ยวข้องกับคุณภาพชีวิต โดยเฉพาะผู้ป่วยอายุน้อยและผู้รอดชีวิตระยะยาว
ประเด็นที่ควรให้ความสำคัญ:
Fertility preservation
ผลข้างเคียงระยะยาวของ endocrine therapy — เช่น Tamoxifen และ Aromatase Inhibitors
Premature menopause
Sexual health
Bone health
Cardiotoxicity
Psychosocial support
Digital tools สำหรับติดตามอาการและสนับสนุนผู้ป่วย
อ่านเพิ่มเติม: Tamoxifen ผลข้างเคียง — ทุกเรื่องที่ต้องรู้ก่อนเริ่มยา
ทิศทางนี้สะท้อนว่า เป้าหมายของการรักษามะเร็งเต้านมไม่ได้จำกัดเพียง "การอยู่รอด" แต่รวมถึง การกลับไปใช้ชีวิตได้ดี มีคุณภาพชีวิตที่เหมาะสม และลดภาระจากการรักษาที่ไม่จำเป็น
9. ข้อสรุปเชิงปฏิบัติสำหรับการดูแลผู้ป่วยมะเร็งเต้านม
จากข้อมูลทั้งหมด สามารถสรุป take-home messages ได้ดังนี้
HR+/HER2–: endocrine therapy กำลังเข้าสู่ยุค precision มากขึ้น โดยใช้ molecular profile หลัง CDK4/6 inhibitor
HER2-positive: de-escalation อาจทำได้ในผู้ป่วยที่คัดเลือกดีและตอบสนองดี แต่ต้องใช้ความระมัดระวัง
TNBC: immunotherapy และ ADCs เป็นแกนหลัก โดยต้องเลือกตาม PD-L1, BRCA และประวัติการรักษา
HER2-low / Ultralow: เป็นกลุ่มที่ขยายโอกาสการใช้ HER2-targeted ADCs
ADCs: การจัดลำดับยาต้องดูทั้ง target และ payload ไม่ใช่ดูเฉพาะ HER2 หรือ TROP2
ctDNA: มีศักยภาพสูง แต่ยังควรใช้ใน clinical trial หรือ protocol เฉพาะ
ทุกกลุ่ม: เป้าหมายคือรักษาให้หายมากขึ้น ใช้การรักษาเท่าที่จำเป็น และรักษาคุณภาพชีวิตของผู้ป่วย
บทสรุป
ESMO Breast 2026 แสดงให้เห็นว่าการรักษามะเร็งเต้านมกำลังก้าวเข้าสู่ยุคของ Adaptive and Precision Breast Cancer Care อย่างชัดเจน การรักษาในอนาคตจะไม่ได้ตัดสินจาก subtype เพียงอย่างเดียว แต่จะอาศัยข้อมูลจาก biomarker, genomic alteration, response ต่อการรักษา, ctDNA และบริบทชีวิตของผู้ป่วยร่วมกัน
สาระสำคัญที่สุดคือ การรักษามะเร็งเต้านมยุคใหม่ต้องมุ่งสู่เป้าหมาย 3 ประการพร้อมกัน:
รักษาให้มีโอกาสหายสูงที่สุด
ลดการรักษาที่ไม่จำเป็น
คงคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยให้ดีที่สุด
การนำสาระสำคัญจาก ESMO Breast 2026 มาประยุกต์ที่โรงพยาบาลนมะรักษ์
ในฐานะโรงพยาบาลเฉพาะทางโรคเต้านมและมะเร็งเต้านม โรงพยาบาลนมะรักษ์มุ่งมั่นในการนำองค์ความรู้และมาตรฐานการรักษาระดับสากลมาประยุกต์ใช้กับผู้ป่วยทุกราย
แนวทางการนำ ESMO 2026 มาประยุกต์:
Precision endocrine oncology สำหรับ HR+/HER2– — ใช้ molecular profile + biomarker panel ในการวางแผนรักษา
Multidisciplinary tumor board — ทีมศัลยแพทย์เต้านม 5 ท่าน + อายุรแพทย์มะเร็งวิทยา ทบทวนเคสร่วมกัน
KEYNOTE-522 protocol สำหรับ TNBC — Pembrolizumab + Chemotherapy neoadjuvant
BRCA testing — แนะนำใน TNBC ทุกราย รวมถึง HR+ ที่อายุน้อย
ADCs และ targeted therapy — เลือกตาม biomarker และประวัติการรักษา
Specimen Radiography และ Scout Radar Localization — ลด re-excision rate และเพิ่มความแม่นยำของการผ่าตัด
Survivorship care + Patient Journey Coordinator — ให้ความสำคัญกับคุณภาพชีวิตหลังการรักษา
ที่โรงพยาบาลนมะรักษ์ เราเชื่อมั่นในปรัชญา "เหมือนมาเที่ยวบ้านเพื่อน" — High Tech, High Touch ที่ผสานเทคโนโลยีระดับสากลตามมาตรฐาน ESMO 2026 เข้ากับการดูแลที่อบอุ่นเป็นกันเอง ผู้ป่วยทุกท่านจะได้รับการดูแลแบบ multidisciplinary โดยทีมแพทย์เฉพาะทาง พร้อมการประเมิน biomarker และวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่โรงพยาบาลนมะรักษ์
หากต้องการ ขอความเห็นที่สอง (Second Opinion) เกี่ยวกับแผนการรักษามะเร็งเต้านม หรือ ปรึกษาแนวทางการรักษาตามมาตรฐาน ESMO 2026 ติดต่อได้ที่:
โทร: 02-059-0245
LINE: @namarak (page.line.me/vfg3683z)
คำถามที่พบบ่อยจาก ESMO Breast 2026
ESMO Breast คืออะไร?
ESMO Breast (European Society for Medical Oncology Breast Cancer Annual Meeting) คือการประชุมวิชาการระดับนานาชาติของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านมะเร็งวิทยา ที่จัดทุกปีโดย European Society for Medical Oncology เพื่อนำเสนอข้อมูลงานวิจัยล่าสุดและกำหนดทิศทางการรักษามะเร็งเต้านม
Less Chemotherapy หมายความว่ายังไง?
หมายถึงแนวคิดของการลดเคมีบำบัดในผู้ป่วยที่เหมาะสม ไม่ใช่การยกเลิกเคมีบำบัดทั้งหมด เป็นการเลือกผู้ป่วยที่ได้ประโยชน์มากที่สุดจากเคมีบำบัด และลดผลข้างเคียงสำหรับผู้ที่ไม่จำเป็นต้องได้รับ
ADCs (Antibody-Drug Conjugates) คืออะไร?
ADCs คือยาที่ผสมระหว่าง antibody (แอนติบอดี) ที่ตรงเป้ากับเซลล์มะเร็ง กับ payload (ยาทำลายเซลล์) ที่ติดอยู่บน antibody ทำให้ส่งยาเข้าเซลล์มะเร็งได้ตรงจุด ตัวอย่างได้แก่ Trastuzumab Deruxtecan (T-DXd) และ Sacituzumab Govitecan (Trodelvy)
ctDNA คืออะไร?
ctDNA หรือ Circulating Tumor DNA คือ DNA ของเซลล์มะเร็งที่หลุดเข้าสู่กระแสเลือด สามารถตรวจได้จากการเจาะเลือด (Liquid Biopsy) ใช้ในการประเมินความเสี่ยงของการกลับเป็นซ้ำและติดตามผลการรักษา แต่ในปัจจุบันยังไม่ใช่มาตรฐานทั่วไปนอก clinical trial
HER2-Low หมายถึงอะไร?
HER2-low คือกลุ่มผู้ป่วยที่มีการแสดงออกของ HER2 protein ในระดับต่ำ (IHC 1+ หรือ 2+ FISH negative) ซึ่งเคยถูกจัดเป็น HER2-negative แต่ปัจจุบันพบว่าผู้ป่วยกลุ่มนี้สามารถได้รับประโยชน์จากยา HER2-targeted ADCs บางชนิด เช่น Trastuzumab Deruxtecan
KEYNOTE-522 มาตรฐานการรักษา TNBC คืออะไร?
KEYNOTE-522 คือ Clinical Trial ที่แสดงว่าการใช้ Pembrolizumab (ภูมิคุ้มกันบำบัด) ร่วมกับ Chemotherapy ในการรักษา neoadjuvant TNBC ระยะ II-III ให้ผลตอบสนองดีกว่า Chemotherapy เดี่ยวๆ — เป็นมาตรฐานการรักษาปัจจุบันสำหรับ early-stage TNBC
ผู้ป่วยควรถาม Biomarker อะไรกับแพทย์?
ผู้ป่วยมะเร็งเต้านมควรถามแพทย์เกี่ยวกับการตรวจ ER, PR, HER2, Ki-67 (มาตรฐาน) และในบางกรณีอาจรวม BRCA, PIK3CA, ESR1, PD-L1 ขึ้นกับชนิดของโรคและระยะของโรค ที่นมะรักษ์ทีมแพทย์จะพิจารณาการตรวจที่เหมาะสมเป็นรายบุคคล
อ่านเพิ่มเติม
เกี่ยวกับผู้เรียบเรียง
รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน — ศัลยแพทย์เต้านม + Surgical Oncologist · ผู้ก่อตั้งและผู้อำนวยการโรงพยาบาลนมะรักษ์ · นายกสมาคมโรคเต้านมแห่งประเทศไทย (Thai Breast Disease Society — TBS) · ผู้ร่วมพัฒนาหลักสูตรอนุมัติบัตรศัลยศาสตร์เต้านมและการสอบของราชวิทยาลัยศัลยแพทย์แห่งประเทศไทย
หมายเหตุ: บทความนี้เป็นการสรุปประเด็นสำคัญจากการประชุมวิชาการ ESMO Breast 2026 เพื่อให้ความรู้แก่บุคลากรทางการแพทย์และผู้สนใจทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล แนวทางการรักษาที่เหมาะสมขึ้นกับลักษณะของโรค ระยะของโรค biomarker และสภาพร่างกายของแต่ละบุคคล กรุณาปรึกษาแพทย์ผู้เชี่ยวชาญสำหรับการวินิจฉัยและการรักษาที่เหมาะสม
แหล่งอ้างอิง
European Society for Medical Oncology (ESMO) Breast Cancer Annual Meeting 2026
PHERGain-2 Trial — Response-Adapted Strategy for HER2+ Early Breast Cancer
SATEEN Trial — Sacituzumab Govitecan + Trastuzumab post T-DXd
KEYNOTE-522 — Pembrolizumab + Chemo for Early TNBC
NCCN Clinical Practice Guidelines — Breast Cancer 2026


ความคิดเห็น