การใช้ยาเคมีบำบัดในการรักษามะเร็งเต้านม
- Youwanush Kongdan
- 14 ม.ค. 2568
- ยาว 3 นาที
เคมีบำบัดในมะเร็งเต้านมคืออะไร?
เคมีบำบัด (Chemotherapy) คือการใช้ยาเพื่อทำลายเซลล์มะเร็งทั่วร่างกาย ใช้ในมะเร็งเต้านมบางระยะและบางชนิด อาจให้ก่อนผ่าตัด (เพื่อลดขนาดก้อน) หรือหลังผ่าตัด (เพื่อลดการกลับเป็นซ้ำ) แพทย์จะเลือกสูตรยาตามชนิดและความเสี่ยงของโรค
รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน เเละ พญ.มธุรส สุขวณิช
ยาเคมีบำบัด (Chemotherapy) คือการรักษามะเร็งโดยใช้ยาที่มีฤทธิ์ทำลายเซลล์มะเร็ง ยาเคมีบำบัดมีบทบาทสำคัญในการรักษามะเร็งเต้านม ทั้งในกรณีที่เป็นมะเร็งระยะเริ่มต้น ระยะลุกลาม หรือระยะแพร่กระจาย

วัตถุประสงค์ของการใช้ยาเคมีบำบัด
ลดขนาดมะเร็งก่อนการผ่าตัด (neoadjuvant chemotherapy) : ยาเคมีบำบัดสามารถช่วยลดขนาดของมะเร็งก่อนการผ่าตัด ทำให้การผ่าตัดง่ายขึ้น เพิ่มโอกาสในการผ่าตัดแบบสงวนเต้า และลดความเสี่ยงในการผ่าตัดเนื้อเต้านมออกทั้งหมด การตอบสนองของมะเร็งต่อยาเคมีบำบัดสามารถช่วยบอกพยากรณ์โรคของผู้ป่วยได้
กำจัดเซลล์มะเร็งที่หลงเหลือหลังการผ่าตัด (adjuvant chemotherapy) : คือการให้ยาหลังจากการผ่าตัด ยาเคมีบำบัดสามารถช่วยกำจัดเซลล์มะเร็งที่อาจหลงเหลืออยู่ ลดโอกาสการกลับเป็นซ้ำของมะเร็ง เพิ่มโอกาสในการหายขาด
รักษามะเร็งที่แพร่กระจาย: สำหรับมะเร็งที่มีการแพร่กระจายไปยังอวัยวะอื่น ๆ ของร่างกาย การใช้ยาเคมีบำบัดเป็นวิธีที่สำคัญในการยับยั้งการเจริญเติบโตและการแพร่กระจายของมะเร็ง
ประเภทของยาเคมีบำบัด
ยาเคมีบำบัดแบบเดี่ยว: การใช้ยาเคมีบำบัดชนิดเดียวในการรักษา
ยาเคมีบำบัดแบบผสม: การใช้ยาเคมีบำบัดหลายชนิดร่วมกันในการรักษา ซึ่งสามารถเพิ่มประสิทธิภาพในการทำลายเซลล์มะเร็งและลดความเสี่ยงต่อการดื้อยาของเซลล์มะเร็ง
ยาเคมีบำบัดแบบ sequential: การใช้ยาเคมีบำบัดแบบลำดับ ซึ่งการให้ยาแต่ละชุดจะเป็นไปตามลำดับที่วางแผนไว้ เช่น ให้ยาชุด A ตามด้วยยาชุด B
ยาเคมีบำบัดร่วมกับยาอื่น: การใช้ยาเคมีบำบัดร่วมกับยาอื่น ๆ เช่น ยาพุ่งเป้า (Targeted Therapy) หรือยาภูมิคุ้มกันบำบัด (Immunotherapy) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการรักษา
สูตรยาเคมีบำบัดที่ใช้ในการรักษามะเร็งเต้านม
ยาเคมีบำบัดแบบผสม
สูตร AC: Adriamycin (Doxorubicin) 60-75 มก./ตร.ม. + Cyclophosphamide 600-750 มก./ตร.ม. ให้ทุก 21 วัน จำนวน 4 ครั้ง
สูตร EC (Epirubicin และ Cyclophosphamide): Epirubicin 100 มก./ตร.ม. + Cyclophosphamide 600 มก./ตร.ม. ให้ทุก 21 วัน จำนวน 4-6 ครั้ง
3. สูตร TC (Docetaxel และ Cyclophosphamide): Docetaxel (Taxotere) 75 มก./ตร.ม.+ Cyclophosphamide: 600 มก./ตร.ม.ให้ทุก 21 วัน จำนวน 4-6 ครั้ง
สูตร FAC : Fluorouracil (5-FU) 500 มก./ตร.ม. + Adriamycin (Doxorubicin)50 มก./ตร.ม. + Cyclophosphamide 500 มก./ตร.ม. ให้ทุก 21 วัน จำนวน 6 ครั้ง
สูตร FEC: Fluorouracil (5-FU) 500 มก./ตร.ม. + Epirubicin 100 มก./ตร.ม. + Cyclophosphamide 500 มก./ตร.ม. ให้ทุก 21 วัน จำ) 75 มก./ตร.ม. ให้ทุก 21 วัน จำนวน 6 ครั้ง
สูตร TAC: Docetaxel (Taxotere) 75 มก./ตร.ม. + Adriamycin (Doxorubicin) 50 มก./ตร.ม. + Cyclophosphamide 500 มก./ตร.ม. ให้ทุก 3 สัปดาห์ จำนวน 6 ครั้ง
สูตร CMF: Cyclophosphamide 600 มก./ตร.ม. + Methotrexate 40 มก./ตร.ม. + Fluorouracil (5-FU) 600 มก./ตร.ม. ให้ทุก 28 วัน จำนวน 6 ครั้ง

ยาเคมีบำบัดแบบ sequential
สูตร AC ตามด้วย T: Adriamycin (Doxorubicin) 60-75 มก./ตร.ม. + Cyclophosphamide 600-750 มก./ตร.ม. ให้ทุก 3 สัปดาห์ จำนวน 4 ครั้ง ตามด้วย Paclitaxel (Taxol) 175 มก./ตร.ม. ให้ทุก 3 สัปดาห์ จำนวน 4 ครั้ง
สูตร AC ตามด้วย Tรายสัปดาห์: Adriamycin (Doxorubicin) 60-75 มก./ตร.ม. + Cyclophosphamide 600-750 มก./ตร.ม. ให้ทุก 3 สัปดาห์ จำนวน 4 ครั้ง ตามด้วย Paclitaxel (Taxol) 80 มก./ตร.ม. ให้ทุกสัปดาห์ จำนวน 12 ครั้ง
สูตร AC ตามด้วย T แบบเข้มข้น (dose dense) : Adriamycin (Doxorubicin) 60-75 มก./ตร.ม. + Cyclophosphamide 600-750 มก./ตร.ม. ให้ทุก 2 สัปดาห์ จำนวน 4 ครั้ง ตามด้วย Paclitaxel (Taxol) 175 มก./ตร.ม. ให้ทุก 2 สัปดาห์ จำนวน 4 ครั้ง
สูตร FEC ตามด้วย T: Fluorouracil (5-FU) 500 มก./ตร.ม. + Epirubicin 100 มก./ตร.ม. + Cyclophosphamide 500 มก./) 100 มก./ตร.ม. ให้ทุก 21 วัน จำนวน 3รอบ ตามด้วย Docetaxel (Taxotere) 100 มก./ตร.ม.+ Cyclophosphamide: 600 มก./ตร.ม.ให้ทุก 21 วัน จำนวน 3 รอบ
ยาเคมีบำบัดร่วมกับยาอื่น
ยาเคมีบำบัด + ยาพุ่งเป้า HER2: สำหรับมะเร็งเต้านมที่มี HER2 positive อาจใช้ยาเคมีบำบัดร่วมกับยาพุ่งเป้า HER2 เช่น Trastuzumab, Pertuzumab
ยาเคมีบำบัด + ยาภูมิคุ้มกันบำบัด: ในบางกรณี อาจใช้ยาเคมีบำบัดร่วมกับยาภูมิคุ้มกันบำบัด ในมะเร็งเต้านมชนิด triple negative เช่น Pembrolizumab
ตัวอย่างเช่น
สูตร AC ตามด้วย T: Adriamycin (Doxorubicin) 60-75 มก./ตร.ม. + Cyclophosphamide 600-750 มก./ตร.ม. ให้ทุก 3 สัปดาห์ จำนวน 4 ครั้ง ตามด้วย Paclitaxel (Taxol) 80 มก./ตร.ม. ให้ทุกสัปดาห์ จำนวน 12 ครั้ง และ Herceptin (Trastuzumab) 8 มก./กก. (ครั้งแรก) แล้ว 6 มก./กก. (ครั้งต่อๆ ไป) ให้ทุก 3 สัปดาห์ ต่อเนื่อง 1 ปี
สูตร TH (Paclitaxel และ Herceptin): การให้ยา: Paclitaxel ทุกสัปดาห์ เป็นเวลา 12 สัปดาห์ และ Herceptin ทุก 3 สัปดาห์ เป็นเวลา 1 ปี
สูตรยาเคมีบำบัดสูตร TCHP: Docetaxel (Taxotere) 75 มก./ตร.ม. + Carboplatin AUC 6+ Trastuzumab (Herceptin) ปริมาณยา: 8 มก./กก. (ครั้งแรก) ตามด้วย 6 มก./กก. (ครั้งต่อไป) + Pertuzumab (Perjeta) ทุก 3 สัปดาห์ 6 ครั้ง และให้ Trastuzumab (Herceptin) 6 มก./กก. จนครบ 1 ปี
สูตรยาเคมีบำบัดสูตร TCH: Docetaxel (Taxotere) 75 มก./ตร.ม. + Carboplatin AUC 6+ Trastuzumab (Herceptin) ปริมาณยา: 8 มก./กก. (ครั้งแรก) ตามด้วย 6 มก./กก. (ครั้งต่อไป) ทุก 3 สัปดาห์ 6 ครั้ง และให้ Trastuzumab (Herceptin) 6 มก./กก. จนครบ 1 ปี
สูตรยาเคมีบำบัดร่วมกับ Pembrolizumab สำหรับมะเร็งเต้านมชนิด Triple-Negative: Pembrolizumab (Keytruda) ปริมาณยา: 200 มก. ให้ทุก 3 สัปดาห์ Paclitaxel (Taxol) 80 มก./ตร.ม. ให้ทุกสัปดาห์ เป็นเวลา 12 สัปดาห์ + Carboplatin AUC 5-6 ให้ทุก 3 สัปดาห์
ผลข้างเคียงของยาเคมีบำบัด
การใช้ยาเคมีบำบัดอาจก่อให้เกิดผลข้างเคียงที่แตกต่างกันไปในแต่ละบุคคล ผลข้างเคียงที่พบได้บ่อย ได้แก่ อ่อนเพลีย คลื่นไส้และอาเจียน ผมร่วง ภูมิคุ้มกันลดลง ท้องเสียหรือท้องผูก และการเปลี่ยนแปลงของผิวหนังและเล็บ เป็นต้น
การดูแลตัวเองระหว่างการรักษาด้วยยาเคมีบำบัด
รักษาสุขอนามัยที่ดี: หมั่นล้างมือให้สะอาดและหลีกเลี่ยงการสัมผัสกับคนที่ป่วยเพื่อลดความเสี่ยงของการติดเชื้อ
รับประทานอาหารที่มีประโยชน์: เลือกรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ครบ 5 หมู่ เน้นโปรตีนและสมดุล เพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกันและฟื้นฟูร่างกาย
พักผ่อนอย่างเพียงพอ: การพักผ่อนอย่างเพียงพอจะช่วยให้ร่างกายมีพลังงานในการต่อสู้กับโรคและฟื้นฟูตัวเอง
พบแพทย์ตามนัด: ควรปฏิบัติตามนัดหมายและคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด
แจ้งแพทย์ทันทีหากมีอาการผิดปกติ
สรุป
การใช้ยาเคมีบำบัดในการรักษามะเร็งเต้านมมีบทบาทสำคัญในการควบคุมและกำจัดเซลล์มะเร็ง แม้ว่าอาจมีผลข้างเคียงที่ไม่พึงประสงค์ แต่ด้วยการดูแลตัวเองอย่างถูกวิธีและการปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์ ผู้ป่วยสามารถผ่านพ้นการรักษาได้อย่างมีประสิทธิภาพและปลอดภัย
โรงพยาบาลนมะรักษ์ ยินดีให้คำปรึกษาและการดูแลรักษามะเร็งเต้านมอย่างครบวงจร ท่านสามารถติดต่อเราเพื่อรับข้อมูลเพิ่มเติมและนัดหมายได้ตามช่องทางที่ระบุไว้บนเว็บไซต์ของเรา
หมายเหตุ: ข้อมูลในบทความนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่สามารถใช้ทดแทนคำแนะนำของแพทย์ผู้เชี่ยวชาญได้ ควรปรึกษาแพทย์เพื่อรับคำแนะนำและการรักษาที่เหมาะสมกับสภาพร่างกายและโรคของแต่ละบุคคล
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
ทุกคนที่เป็นมะเร็งเต้านมต้องทำเคมีบำบัดไหม?
ไม่ ขึ้นกับระยะ ชนิด และความเสี่ยงการกลับเป็นซ้ำ บางรายใช้ฮอร์โมนบำบัดหรือยามุ่งเป้าแทนหรือร่วมด้วย
เคมีบำบัดให้ก่อนหรือหลังผ่าตัด?
ได้ทั้งสองแบบ การให้ก่อนผ่าตัด (neoadjuvant) ช่วยลดขนาดก้อน ส่วนหลังผ่าตัด (adjuvant) ช่วยลดการกลับเป็นซ้ำ
ผลข้างเคียงของเคมีบำบัดมีอะไรบ้าง?
พบบ่อยคือ คลื่นไส้ ผมร่วง อ่อนเพลีย และภูมิคุ้มกันต่ำ ส่วนใหญ่จัดการได้และดีขึ้นหลังจบการรักษา
เคมีบำบัดใช้เวลานานแค่ไหน?
ขึ้นกับสูตรยา โดยทั่วไปเป็นรอบๆ ทุก 2–3 สัปดาห์ รวมหลายเดือน แพทย์จะวางแผนเฉพาะบุคคล
ระหว่างทำเคมีบำบัดควรดูแลตัวเองอย่างไร?
พักผ่อนให้พอ กินอาหารครบถ้วน หลีกเลี่ยงการติดเชื้อ และแจ้งแพทย์เรื่องอาการและยา/อาหารเสริมที่ใช้
อ่านเพิ่มเติม
หมายเหตุ: ข้อมูลนี้เพื่อให้ความรู้ทั่วไปเท่านั้น ไม่ใช่คำแนะนำทางการแพทย์เฉพาะบุคคล กรุณาปรึกษาแพทย์เป็นรายบุคคล
อ่านเพิ่มเติม: เคมีบำบัดสูตร AC


ความคิดเห็น