IORT คืออะไร ฉายแสงในห้องผ่าตัดมะเร็งเต้านม
- รศ.พญ.เยาวนุช คงด่าน
- 2 วันที่ผ่านมา
- ยาว 2 นาที
อัปเดตเมื่อ 37 นาทีที่ผ่านมา
IORT (Intraoperative Radiation Therapy) คือ การฉายรังสีรักษาตรงไปยังบริเวณที่เคยมีก้อนมะเร็ง ขณะผ่าตัดในห้องผ่าตัด เสร็จภายในครั้งเดียว แทนการฉายแสงภายนอกที่ต้องเดินทางมาโรงพยาบาลซ้ำ ๆ หลายสัปดาห์ ที่โรงพยาบาลนมะรักษ์ใช้เครื่อง Intrabeam 600 ฉายรังสีพลังงานต่ำตรงไปที่โพรงแผลทันทีหลังตัดก้อนเนื้องอกออก เหมาะสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้นที่ได้รับการคัดเลือกอย่างเหมาะสมโดยทีมแพทย์
IORT ไม่ใช่ทางเลือกสำหรับผู้ป่วยทุกคน การตัดสินใจว่าเหมาะสมหรือไม่ขึ้นอยู่กับการประเมินของทีมแพทย์เฉพาะทางเป็นรายบุคคล
IORT คืออะไร
IORT ย่อมาจาก Intraoperative Radiation Therapy หรือการฉายรังสีระหว่างผ่าตัด เป็นเทคนิคการฉายรังสีรักษาแบบเฉพาะที่ (Partial Breast Irradiation) ที่ให้รังสีปริมาณสูงในครั้งเดียว ตรงไปยังเนื้อเยื่อรอบโพรงแผลที่เพิ่งตัดก้อนมะเร็งออก โดยทำขณะที่ผู้ป่วยยังอยู่ในห้องผ่าตัดและยังได้รับยาสลบอยู่
แนวคิดเบื้องหลัง IORT คือ มะเร็งเต้านมที่กลับเป็นซ้ำเฉพาะที่มักเกิดในบริเวณใกล้กับตำแหน่งก้อนเดิมมากที่สุด การฉายรังสีตรงจุดนั้นทันทีในห้องผ่าตัดจึงช่วยลดโอกาสกลับเป็นซ้ำในบริเวณที่เสี่ยงที่สุด พร้อมลดการได้รับรังสีของเนื้อเยื่อปกติและอวัยวะข้างเคียง เช่น หัวใจและปอด
IORT ต่างจากการฉายแสงแบบเดิมอย่างไร
การฉายแสงมาตรฐานหลังผ่าตัดสงวนเต้า คือการฉายรังสีภายนอกทั้งเต้านม (Whole Breast External Beam Radiotherapy หรือ EBRT) ซึ่งผู้ป่วยต้องเดินทางมาโรงพยาบาลเกือบทุกวันทำการ ต่อเนื่อง 3 ถึง 6 สัปดาห์ ขณะที่ IORT ให้รังสีครั้งเดียวจบในห้องผ่าตัด เปรียบเทียบสองวิธีได้ดังนี้
IORT (ฉายในห้องผ่าตัด): ฉายครั้งเดียวขณะผ่าตัด ไม่ต้องเดินทางมาเพิ่ม ฉายเฉพาะรอบโพรงแผล อวัยวะข้างเคียงได้รับรังสีน้อย เหมาะกับผู้ป่วยระยะเริ่มต้นที่คัดเลือกแล้ว
EBRT (ฉายภายนอกแบบเดิม): ฉายหลายครั้งต่อเนื่อง 3 ถึง 6 สัปดาห์ ต้องมาโรงพยาบาลเกือบทุกวันทำการ ฉายทั้งเต้านม อวัยวะข้างเคียงได้รับรังสีมากกว่า เหมาะกับผู้ป่วยหลากหลายกลุ่ม
อย่างไรก็ตาม ทั้งสองวิธีไม่ได้แทนกันได้เสมอ ในบางกรณีแพทย์อาจแนะนำให้ฉาย IORT ร่วมกับ EBRT เพิ่มเติม หากผลพยาธิวิทยาหลังผ่าตัดพบปัจจัยเสี่ยงที่สูงกว่าคาด ซึ่งเรียกว่าแนวทางปรับตามความเสี่ยง (risk-adapted)
IORT ทำงานอย่างไร ขั้นตอนเป็นอย่างไร
ในการผ่าตัดสงวนเต้า (Breast Conserving Surgery) ศัลยแพทย์จะตัดก้อนมะเร็งพร้อมขอบเนื้อเยื่อปกติรอบ ๆ ออก เมื่อนำก้อนออกแล้วจะเหลือโพรงแผลในเนื้อเต้านม จากนั้น
รังสีแพทย์สอดหัวฉายทรงกลม (applicator) ขนาดพอดีกับโพรงแผล มีขนาดให้เลือกตั้งแต่ประมาณ 1.5 ถึง 5 เซนติเมตร
เครื่อง Intrabeam ปล่อยรังสีเอกซ์พลังงานต่ำ ประมาณ 50 กิโลโวลต์ จากปลายหัวฉายไปยังเนื้อเยื่อโดยรอบ
รังสีเข้มข้นที่ผิวโพรงแผลและลดลงอย่างรวดเร็วตามระยะห่าง จึงจำกัดผลต่อเนื้อเยื่อที่อยู่ลึกหรือไกลออกไป
ใช้เวลาฉายประมาณ 20 ถึง 50 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดหัวฉาย จากนั้นศัลยแพทย์จึงเย็บปิดแผลตามปกติ
ขั้นตอนทั้งหมดต้องอาศัยการประสานงานระหว่างศัลยแพทย์เต้านมและรังสีแพทย์ที่อยู่ร่วมกันในห้องผ่าตัด
ข้อดีของ IORT
สำหรับผู้ป่วยที่เหมาะสม IORT มีข้อดีหลายด้าน
ลดจำนวนครั้งและเวลารักษา จากการมาฉายแสงหลายสัปดาห์ เหลือครั้งเดียวขณะผ่าตัด
ฉายตรงจุดที่เสี่ยงที่สุด ลดโอกาสพลาดตำแหน่ง เพราะฉายขณะเปิดแผลเห็นตำแหน่งจริง
ลดรังสีต่ออวัยวะข้างเคียง โดยเฉพาะหัวใจและปอด เพราะรังสีพลังงานต่ำลดลงเร็วตามระยะ
สะดวกและลดภาระการเดินทาง เหมาะกับผู้ป่วยที่อยู่ไกลหรือเดินทางลำบาก
ผลด้านความสวยงามดี งานวิจัยรายงานความพึงพอใจด้านรูปลักษณ์เต้านมในเกณฑ์ดีถึงดีมาก
ใครเหมาะกับ IORT และใครไม่เหมาะ
การคัดเลือกผู้ป่วยเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดของความสำเร็จในการรักษาด้วย IORT จากเกณฑ์ที่ใช้ในงานวิจัย TARGIT-A กลุ่มที่พิจารณา IORT มักมีลักษณะดังนี้
อายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป
เป็นมะเร็งเต้านมชนิด invasive ductal carcinoma ที่เหมาะกับการผ่าตัดสงวนเต้า
ก้อนขนาดเล็ก โดยทั่วไปไม่เกินประมาณ 3.5 เซนติเมตร และเป็นก้อนเดี่ยว (unifocal)
ไม่มีการลุกลามต่อมน้ำเหลืองมาก
ผู้ที่อาจไม่เหมาะกับ IORT อย่างเดียว ได้แก่ ผู้ป่วยที่ก้อนใหญ่ มีหลายตำแหน่ง (multifocal) มีการลุกลามต่อมน้ำเหลืองชัดเจน หรือมีปัจจัยเสี่ยงทางพยาธิวิทยาสูง ซึ่งกลุ่มเหล่านี้อาจต้องฉายแสงทั้งเต้านมตามมาตรฐาน หรือใช้ IORT ร่วมกับ EBRT การประเมินขั้นสุดท้ายต้องทำโดยทีมแพทย์เฉพาะทางจากข้อมูลของผู้ป่วยแต่ละราย
หลักฐานทางการแพทย์
มีงานวิจัยทดลองแบบสุ่ม (randomized trial) ขนาดใหญ่ 2 ชิ้นที่ศึกษา IORT ในมะเร็งเต้านม
TARGIT-A trial เปรียบเทียบ IORT ด้วยรังสีเอกซ์พลังงานต่ำ (เครื่อง Intrabeam) แบบปรับตามความเสี่ยง กับการฉายแสงทั้งเต้านมแบบมาตรฐาน ในผู้ป่วย 2,298 ราย ผลที่ติดตามระยะยาว มัธยฐานประมาณ 8 ถึง 9 ปี พบว่าในกลุ่มที่เข้าเกณฑ์คัดเลือก IORT ให้ผลควบคุมมะเร็งเทียบเท่ากับการฉายแสงมาตรฐาน ทั้งด้านการกลับเป็นซ้ำเฉพาะที่ การรอดชีวิต และอัตราการเสียชีวิตจากมะเร็งเต้านม โดยอัตราการกลับเป็นซ้ำเฉพาะที่ใน 5 ปีอยู่ที่ประมาณ 2.1% เทียบกับ 0.95% ซึ่งอยู่ในเกณฑ์ไม่ด้อยกว่า (non-inferior) ที่กำหนดไว้ และยังพบว่าการเสียชีวิตจากสาเหตุอื่นที่ไม่ใช่มะเร็งเต้านมต่ำกว่ากลุ่มฉายแสงมาตรฐาน
ELIOT trial ศึกษา IORT ด้วยลำอิเล็กตรอน พบว่าหากคัดเลือกผู้ป่วยไม่เข้มงวด อัตราการกลับเป็นซ้ำจะสูงกว่าการฉายแสงมาตรฐาน แต่ในกลุ่มความเสี่ยงต่ำที่คัดเลือกตามเกณฑ์อย่างเหมาะสม อัตราการกลับเป็นซ้ำต่ำมาก จึงตอกย้ำว่าการคัดเลือกผู้ป่วยที่เหมาะสมคือหัวใจสำคัญ
โดยสรุป หลักฐานสนับสนุนว่า IORT เป็นทางเลือกที่มีประสิทธิภาพสำหรับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้นที่คัดเลือกอย่างเหมาะสม แต่ไม่ใช่สำหรับทุกคน และยังมีการถกเถียงในรายละเอียดในวงการแพทย์ ซึ่งเป็นเหตุผลที่ต้องตัดสินใจร่วมกับแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ
IORT ที่โรงพยาบาลนมะรักษ์
โรงพยาบาลนมะรักษ์ให้บริการ IORT ด้วยเครื่อง Intrabeam 600 ซึ่งเป็นเทคโนโลยีฉายรังสีระหว่างผ่าตัดที่ใช้ในศูนย์มะเร็งชั้นนำทั่วโลก จุดเด่นของการรักษาที่นมะรักษ์ไม่ได้อยู่ที่เครื่องมือเพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่ทีมสหสาขาที่วางแผนร่วมกัน ได้แก่ ศัลยแพทย์เฉพาะทางเต้านม รังสีแพทย์ และอายุรแพทย์มะเร็ง เพื่อประเมินว่าผู้ป่วยแต่ละรายเหมาะกับ IORT หรือไม่ ภายใต้แนวคิด High Tech High Touch
หากคุณกำลังวางแผนผ่าตัดมะเร็งเต้านมและอยากทราบว่า IORT เป็นทางเลือกที่เหมาะกับคุณหรือไม่ สามารถปรึกษาทีมแพทย์เพื่อขอความเห็นเพิ่มเติมได้ อ่านเพิ่มเติมเกี่ยวกับการผ่าตัดมะเร็งเต้านมที่นมะรักษ์ และบริการของโรงพยาบาลได้ที่หน้าบริการ
ความเสี่ยงและข้อจำกัด
แม้ IORT จะมีข้อดีหลายด้าน แต่ก็มีข้อจำกัดที่ควรเข้าใจ
ผลพยาธิวิทยายังไม่ครบขณะฉาย เพราะฉายระหว่างผ่าตัด จึงยังไม่ทราบผลพยาธิวิทยาขั้นสุดท้าย หากภายหลังพบปัจจัยเสี่ยงสูง อาจต้องฉายแสงเพิ่มเติม
ไม่เหมาะกับทุกคน ขึ้นอยู่กับขนาดก้อน ตำแหน่ง และการลุกลาม
ผลข้างเคียงเฉพาะที่ เช่น แผลบวม มีน้ำเหลืองคั่ง หรือผิวหนังเปลี่ยนแปลงเล็กน้อย ซึ่งโดยทั่วไปจัดการได้
การพูดคุยกับแพทย์อย่างละเอียดถึงข้อดี ข้อจำกัด และทางเลือกอื่น จึงเป็นขั้นตอนสำคัญก่อนตัดสินใจ
ในปี 2025 สมาคมรังสีรักษาแห่งสหรัฐอเมริกา (ASTRO) ได้ออกแถลงการณ์เพื่อให้ข้อมูลที่ถูกต้องเกี่ยวกับ IORT โดยย้ำว่าข้อมูลการติดตามผลระยะยาวของเทคนิค IORT บางส่วนยังมีจำกัด และยังไม่ถูกบรรจุเป็นคำแนะนำหลักในแนวทางเวชปฏิบัติมาตรฐาน จุดยืนนี้สอดคล้องกับหลักการที่โรงพยาบาลนมะรักษ์ยึดถือ คือ IORT ควรทำในผู้ป่วยที่ผ่านการคัดเลือกอย่างรอบคอบเท่านั้น และต้องอธิบายทั้งประโยชน์และข้อจำกัดให้ผู้ป่วยเข้าใจก่อนตัดสินใจร่วมกับแพทย์ ไม่ใช่การรักษาที่เหมาะกับผู้ป่วยทุกราย
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
IORT คืออะไร ต่างจากการฉายแสงปกติอย่างไร?
IORT คือการฉายรังสีตรงไปยังบริเวณที่เคยมีก้อนมะเร็ง ขณะผ่าตัดในห้องผ่าตัด เสร็จในครั้งเดียว ขณะที่การฉายแสงปกติ (EBRT) ฉายทั้งเต้านมจากภายนอก ต้องมาโรงพยาบาลหลายครั้งต่อเนื่องหลายสัปดาห์ IORT จึงช่วยลดเวลาและจำนวนครั้งสำหรับผู้ป่วยที่เหมาะสม
IORT เหมาะกับผู้ป่วยทุกคนไหม?
ไม่ IORT เหมาะกับผู้ป่วยมะเร็งเต้านมระยะเริ่มต้นที่ได้รับการคัดเลือกตามเกณฑ์ เช่น อายุตั้งแต่ 45 ปีขึ้นไป ก้อนขนาดเล็กและเป็นก้อนเดี่ยว ไม่ลุกลามต่อมน้ำเหลืองมาก การคัดเลือกผู้ป่วยที่เหมาะสมคือปัจจัยสำคัญที่สุด และต้องประเมินโดยทีมแพทย์เฉพาะทางเป็นรายบุคคล
IORT มีหลักฐานว่าได้ผลจริงไหม?
มี งานวิจัยทดลองแบบสุ่มขนาดใหญ่ TARGIT-A ที่ติดตามระยะยาวพบว่า ในกลุ่มผู้ป่วยที่เข้าเกณฑ์คัดเลือก IORT ให้ผลควบคุมมะเร็งเทียบเท่าการฉายแสงมาตรฐาน อย่างไรก็ตามไม่มีการรักษาใดได้ผล 100% และผลขึ้นกับการคัดเลือกผู้ป่วยที่เหมาะสม
IORT เจ็บไหม ใช้เวลานานแค่ไหน?
ผู้ป่วยไม่รู้สึกเจ็บขณะฉาย เพราะทำขณะอยู่ในห้องผ่าตัดและยังได้รับยาสลบ การฉายใช้เวลาประมาณ 20 ถึง 50 นาที ขึ้นอยู่กับขนาดหัวฉาย จากนั้นจึงเย็บปิดแผลตามปกติ
ถ้าฉาย IORT แล้ว ยังต้องฉายแสงเพิ่มอีกไหม?
ส่วนใหญ่ไม่ต้อง แต่หากผลพยาธิวิทยาหลังผ่าตัดพบปัจจัยเสี่ยงที่สูงกว่าคาด แพทย์อาจแนะนำให้ฉายแสงทั้งเต้านมเพิ่มเติม ซึ่งเป็นแนวทางปรับตามความเสี่ยง (risk-adapted) เพื่อความปลอดภัยสูงสุด
IORT ใช้รังสีอันตรายต่อคนรอบข้างไหม?
ไม่ IORT ใช้รังสีเอกซ์พลังงานต่ำที่ลดลงอย่างรวดเร็วตามระยะ และทำในห้องผ่าตัดที่มีมาตรการป้องกันรังสีตามมาตรฐาน หลังการรักษาผู้ป่วยไม่มีรังสีตกค้างที่เป็นอันตรายต่อคนรอบข้าง
เกี่ยวกับโรงพยาบาลนมะรักษ์
โรงพยาบาลนมะรักษ์เป็นโรงพยาบาลเฉพาะทางด้านเต้านมและมะเร็งเต้านมแบบครบวงจรในกรุงเทพมหานคร ให้บริการตั้งแต่การตรวจคัดกรอง วินิจฉัย ผ่าตัด ไปจนถึงการรักษาด้วยเทคโนโลยีทันสมัยรวมถึง IORT โดยทีมแพทย์เฉพาะทาง หากต้องการปรึกษาหรือขอความเห็นเพิ่มเติมเรื่องทางเลือกการรักษามะเร็งเต้านม สามารถติดต่อโรงพยาบาลได้



ความคิดเห็น